ปีที่ ๑๕ ฉบับที่ ๙๑ ประจำวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๐ โรคไหม้ข้าว (ระยะกล้า - แตกกอ)


ปีที่ ๑๕ ฉบับที่ ๙๑ ประจำวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๐

โรคไหม้ข้าว (ระยะกล้า - แตกกอ)

            เตือนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้แก่ จังหวัดหนองคาย มุกดาหาร บึงกาฬ และจังหวัดใกล้เคียงที่มีพื้นที่ปลูกข้าว เนื่องจากในช่วงนี้หลายพื้นที่มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ช่วงกลางวันอากาศร้อน ช่วงกลางคืนถึงช่วงเช้าอากาศเย็นและมีความชื้นสูงซึ่งสภาพดังกล่าวเหมาะต่อการระบาดของโรคไหม้ข้าว โดยเฉพาะข้าวที่อยู่ในระยะกล้าจนถึงแตกกอดังนั้น เกษตรกรควรหมั่นสำรวจแปลงนาอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบอาการของโรคไหม้ เช่นใบข้าวมีแผลจุดสีน้ำตาลคล้ายรูปตา มีสีเทาอยู่ตรงกลางแผล ให้รีบแจ้งสำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัด เพื่อดำเนินการควบคุมและป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง

เชื้อสาเหตุ  :  เชื้อรา  Magnaporthe oryzae

ลักษณะอาการ
            ระยะกล้า ใบมีแผล จุดสีน้ำตาลคล้ายรูปตา มีสีเทาอยู่ตรงกลางแผล ความกว้างของแผลประมาณ ๒ - ๕ มิลลิเมตร และความยาวประมาณ ๑๐ - ๑๕ มิลลิเมตร แผลสามารถขยายลุกลามและกระจายทั่วบริเวณใบ ถ้าโรครุนแรงกล้าข้าวจะแห้งฟุบตาย อาการคล้ายถูกไฟไหม้
            ระยะแตกกอ อาการพบได้ที่ใบ ข้อต่อของใบ และข้อต่อของลำต้น ขนาดแผลจะใหญ่กว่าที่พบในระยะกล้า แผลลุกลามติดต่อกันได้ที่บริเวณข้อต่อ ใบจะมีลักษณะแผลช้ำสีน้ำตาลดำ และมักหลุดจากกาบใบเสมอ
            ระยะออกรวง (โรคไหม้คอรวง) ถ้าข้าวเพิ่งจะเริ่มให้รวง เมื่อถูกเชื้อราเข้าทำลาย เมล็ดจะลีบ แต่ถ้าเป็นโรคตอนรวงข้าวแก่ใกล้เก็บเกี่ยว จะปรากฏรอยแผลช้ำสีน้ำตาลที่บริเวณคอรวง ทำให้คอรวงเปราะหักง่าย รวงข้าวร่วงหล่นผลผลิตเสียหาย

การแพร่ระบาด
            พบโรคในแปลงที่ต้นข้าวหนาแน่น อับลมอากาศไม่มีการถ่ายเท แปลงข้าวที่ใส่ปุ๋ยในอัตราสูงและมีสภาพอากาศร้อนในตอนกลางวัน มีความชื้นสูงในตอนกลางคืน และกระแสลมแรงจะทำให้การแพร่กระจายของโรครวดเร็วมากยิ่งขึ้น

กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้

            ๑. คลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น ไตรไซคลาโซล คาซูกาไมซิน คาร์เบนดาซิม โพรคลอราซ อัตราตามคำแนะนำในฉลาก

            ๒. หว่านเมล็ดพันธุ์ในอัตราที่เหมาะสม ๑๕ – ๒๐ กิโลกรัมต่อไร่ ควรแบ่งแปลงให้มีการถ่ายเทอากาศได้ดี

            ๓. สำรวจแปลงนา อย่างสม่ำเสมอถ้าพบอาการของโรคไหม้ข้าวควรปฏิบัติ ดังนี้

                 - พ่นเชื้อบีเอส (บาซิลลัส ซับทีลิส) อัตราตามคำแนะนำในฉลาก

                 - พ่นเชื้อไตรโครเดอร์มาอัตรา ๑ กิโลกรัมต่อน้ำ ๒๐๐ ลิตร

            ๔. ถ้ามีความจำเป็นให้ใช้สารเคมีพ่นเฉพาะบริเวณที่พบการระบาดเพื่อควบคุมไม่ให้เชื้อราแพร่กระจายขยายเป็นวงกว้างออกไป สารเคมีที่แนะนำมี ดังนี้

                  - อิดิเฟนฟอส ๕๐ เปอร์เซ็นต์ อีซี อัตรา ๒๐ - ๒๕ ซีซี ผสมน้ำ ๒๐ ลิตร

                  - บลาสติซิดิน - เอส ๒ เปอร์เซ็นต์ อีซี อัตรา ๒๐ - ๒๕ ซีซี ผสมน้ำ ๒๐ ลิตร

                  - ไตรไซคราโซล ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ดับบลิวพี อัตรา ๑๐ - ๑๖ กรัม ผสมน้ำ ๒๐ ลิตร

                  ควรพ่นในแปลงข้าวที่มีประวัติว่าเคยมีโรคระบาดมาก่อน การใช้สารเคมีพ่นซ้ำกันหลายครั้ง เชื้อราจะต้านทานสารเคมีหรือดื้อยา ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อราต้านทานสารเคมี จึงควรเลือกใช้สารเคมีบางชนิดพ่นสลับกัน ทั้งนี้ในการใช้สารเคมีควรใช้ด้วยความระมัดระวัง และคำนึงถึง
ความปลอดภัยต่อตัวผู้ใช้และสภาพแวดล้อม

 

ที่มา  :  ๑. กรมการข้าว 
  
          ๒. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
เรียบเรียงโดย  :  กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช   กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย

Download ดาวน์โหลดเอกสาร

Update Date : บันทึกเมื่อ : 29/06/2560