ปีที่ ๑๕ ฉบับที่ ๗๖ ประจำวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๐ โรคโคนเน่า – หัวเน่ามันสำปะหลัง


ปีที่ ๑๕ ฉบับที่ ๗๖ ประจำวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๐

โรคโคนเน่า – หัวเน่ามันสำปะหลัง

             เตือนเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังในทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดนครราชสีมาสระแก้ว สระบุรี บุรีรัมย์ ฉะเชิงเทรา ระยอง และจังหวัดที่เคยมีประวัติการระบาดของโรคมาก่อน เนื่องจากช่วงนี้ฝนตกกระจายในหลายพื้นที่จึงขอให้จังหวัดดังกล่าวข้างต้น และจังหวัดใกล้เคียง ติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคโคนเน่า – หัวเน่ามันสำปะหลัง และประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรหมั่นสำรวจแปลงมันสำปะหลังอย่างสม่ำเสมอ หากพบอาการของโรคให้รีบแจ้งสำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัดเพื่อดำเนินการควบคุม และหาทางป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง

เชื้อสาเหตุ :  เชื้อรา Phytophthora spp.

ลักษณะอาการ
            ลักษณะอาการที่สามารถมองเห็นได้จากความผิดปกติของต้นมันสำปะหลัง ส่วนที่อยู่เหนือดินจะพบว่า ใบมันสำปะหลังแสดงอาการเหี่ยวเหลือง (มันสำปะหลังเบอร์ ๘๙ แสดงอาการชัดเจน) โคนต้นแสดงอาการเน่าเป็นสีน้ำตาลหรือดำ หรือบางพันธุ์โคนต้นมีการสร้างรากค้ำชู (Adventitious root) ขึ้นตรงรอยแตกของโคนต้น (มันสำปะหลังเบอร์ ๘๙ แสดงอาการชัดเจน) และเมื่อถอนขึ้นมาหัวมันแสดงอาการเน่า ถ้าผ่าหรือหักหัวมันดูจะเห็นภายในเป็นสีน้ำตาล ในบางพันธุ์ต้นมันอาจมีการเน่าที่โคนและส่วนของหัวใต้ดินโดยที่ส่วนลำต้นและใบยังคงมีลักษณะปกติ หรือบางพันธุ์แสดงอาการรุนแรงยืนต้นตายหรือเน่าตาย ดังนั้น การสำรวจจึงมีความจำเป็นต้องเดินลงไปสำรวจในแปลงและถอนต้นมันสาปะหลังขึ้นมาดู เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แท้จริงอย่างรวดเร็วก่อนที่การระบาดจะแพร่กระจายออกไปจนยากที่จะจัดการได้

กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้

            ๑. ก่อนการปลูก เก็บเศษเหง้า หรือเศษซากมันสำปะหลังเผาทำลายทิ้ง ทำความสะอาดเครื่องจักรกลการเกษตร  ควรมีการไถตากดินอย่างน้อย ๒ สัปดาห์ แช่ท่อนพันธุ์ด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อราเมทาแล็คซิล อัตรา ๒๐ - ๔๐ กรัมต่อน้ำ ๒๐ ลิตร รวมถึงการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาไปหว่านในช่วงการเตรียมดินก่อนปลูก

            ๒. สำรวจติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ช่วงฝนชุกควรตรวจแปลงทุกวัน พบการระบาดให้ขุดถอนต้นที่แสดงอาการไปเผาทำลาย จากนั้นบริเวณที่แสดงอาการและโดยรอบห่างออกไปประมาณ ๑ เมตร ให้หว่านปูนขาว หรือโรยเชื้อราไตรโครเดอร์มาบริเวณรอบโคนต้นที่ขุดออก หรือกรณีระบาดรุนแรงมากใช้สารเคมีฟอสอีทิล อลูมิเนียม อัตรา ๕๐ กรัมต่อน้ำ ๒๐ ลิตร ราดต้นละ 3๐๐ ซีซี หรือพ่นอัตรา ๑๕๐ กรัมต่อไร่

            ๓. หลังการระบาดและก่อนปลูกใหม่ แปลงที่เคยระบาดน้อยหรือปานกลางควรเลื่อนฤดูปลูกเป็นปลูกปลายฝนเพื่อให้ผลผลิตออกในฤดูแล้ง เลือกใช้พันธุ์ให้เหมาะกับพื้นที่ กำจัดซากพืชออกให้หมด ไถระเบิดดินดานและตากดิน หว่านปูนขาวเพื่อปรับสภาพดิน แช่ท่อนพันธุ์ป้องกันเชื้อราก่อนปลูก

*** ถ้าแปลงที่เคยปลูกเสียหายมากกว่าครึ่งหรือมากกว่าร้อยละ ๕๐ ต้องเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่น เช่น อ้อย และข้าว

 

ที่มา :  กรมวิชาการเกษตร
เรียบเรียงโดย : กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช  กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย

Update Date : บันทึกเมื่อ : 13/07/2560