ปีที่ ๑๕ ฉบับที่ ๑๔๗ ประจำวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ โรครากเน่าโคนเน่าไม้ผล


ปีที่ ๑๕ ฉบับที่ ๑๔๗ ประจำวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๐
โรครากเน่าโคนเน่าไม้ผล

            เตือนเกษตรกรผู้ปลูกไม้ผลในภาคใต้ และภาคตะวันออกของประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการระบายน้ำไม่ดี จากข้อมูลแปลงติดตามสถานการณ์ศัตรูพืชพบโรครากเน่าโคนเน่าในไม้ผล ในหลายพื้นที่ เนื่องจากช่วงนี้มีฝนตก สภาพอากาศชื้น เหมาะต่อการเกิดโรค เชื้อราจะเข้าทำลายระบบรากทำให้รากเน่า เกษตรกรควรหมั่นสำรวจแปลงไม้ผล และเฝ้าระวังการเกิดโรครากเน่าโคนเน่า หากพบอาการของโรคให้รีบแจ้งสำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัดเพื่อดำเนินการควบคุม และหาทางป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง

เชื้อสาเหตุ เชื้อรา Phytophthora palmivora    ในทุเรียน
                 เชื้อรา Phytophthora parasitica     ในพืชตระกูลส้ม

ลักษณะอาการ
            เชื้อราชนิดนี้เจริญเติบโตในดินอาการของพืชมักเกิดที่โคนต้น และระบบราก ทำให้รากเน่า โคนต้นเปลือกปริแตก มีอาการยางไหลในสภาพที่อากาศชื้น เมื่อใช้มีดปาดที่เปลือกบริเวณที่เป็นโรคจะเห็นเป็นสีน้ำตาลแดงถึงดำ แสดงอาการใบเหลืองซีดลู่ลง กิ่งบางกิ่งเริ่มแห้งตาย และทำให้ผลร่วง

การแพร่กระจาย
            การแพร่กระจายของเชื้อไหลตามน้ำฝน หรือแพร่ระบาดทางลม เชื้ออาจติดไปกับดิน น้ำ และซากส่วนที่เป็นโรค

กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้

            ๑. บำรุงต้นไม้ผลให้แข็งแรงสมบูรณ์ ตัดแต่งกิ่ง หรือลำต้นที่เป็นโรคเก็บรวบรวมไปเผาทำลาย

            ๒. ปรับปรุงสภาพดิน ใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ทำร่องระบายน้ำในสวนที่เป็นพื้นที่ต่ำ เพื่อป้องกันน้ำขังสวน

            ๓. ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่าหว่านในพื้นที่รัศมีทรงพุ่มที่มีรากฝอยอยู่ หรือใช้รองก้นหลุมก่อนปลูก

             ๔. เมื่อพบโรคให้ขูดผิวเปลือกบริเวณที่เป็นโรคออก แล้วทาแผลด้วยปูนแดง หรือสารเคมีป้องกันกำจัดโรคพืช เช่น เมทาแลกซิล อาการรุนแรงที่ลำต้น หรือกิ่งใหญ่ ใช้ฟอสฟอรัส ๔๐% ฉีดเข้าลำต้น ส่วนที่เป็นเนื้อไม้ดีใกล้บริเวณที่เป็นโรค หรือฉีดเข้าลำต้นเหนือระดับดินในฤดูฝน

               ในทุเรียน ระยะทุเรียนติดผลก่อนเก็บเกี่ยวประมาณ ๑ เดือน ให้สำรวจผลทุเรียนทุกต้น ๗ วัน ต่อครั้ง หากพบผลเน่า ๑ ผลต่อต้น ให้พ่นสารเคมีป้องกันกำจัดโรคพืชฟอสเอทธิลอะลูมินั่มให้ทั่ว ก่อนการเก็บผลไม่น้อยกว่า ๒๐ วัน ทำลายชิ้นส่วนของทุเรียนที่เป็นโรค โดยวิธีเผา ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ในสวนอย่างเด็ดขาด

 

 

ที่มา  :   สำนักพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตร  กรมส่งเสริมการเกษตร
เรียบเรียงโดย :  กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย

Update Date : บันทึกเมื่อ : 16/11/2560