ปีที่ ๑๕ ฉบับที่ ๖๔ ประจำวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๐ โรคแอนแทรคโนสพริก


ปีที่ ๑๕ ฉบับที่ ๖๔ ประจำวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๐

โรคแอนแทรคโนสพริก (Anthracnose Disease)

            เตือนเกษตรกรที่ปลูกพริกระมัดระวังโรคแอนแทรคโนส หรือโรคกุ้งแห้งที่มักพบในพืชตระกูลพริก - มะเขือทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะพริกที่อยู่ในระยะติดผลถึงเก็บเกี่ยว  เนื่องจากช่วงนี้เริ่มพบโรคแอนแทรคโนสนี้ในภาคเหนือตอนล่าง ประกอบกับสภาพอากาศร้อนชื้น เหมาะสมต่อการเกิดโรค ดังนั้น เกษตรกรควรหมั่นสำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ เมื่อเริ่มพบอาการของกลุ่มผงสปอร์สีชมพูหรือสีครีมอ่อนๆ บริเวณใบหรือผลพริก ให้เตรียมการป้องกัน หรือขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัด เพื่อหาทางควบคุมป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง

เชื้อสาเหตุ  :  เชื้อรา Colletotrichum capsici

                        Colletotrichum gloeosporioides

ลักษณะอาการ

            อาการของโรคสามารถเกิดหลายกับพริกและพืชตระกูลพริก - มะเขือ เช่น มะเขือม่วง มะเขือเทศ โดยปรากฏอาการบริเวณใบ ก้านใบ ยอดอ่อน กิ่ง และผล อาการเริ่มต้นจะพบแผลเป็นจุดเล็กสีน้ำตาลรูปร่างไม่แน่นอนและค่อยๆ ขยายวงกว้าง อาการที่ผลพริกเริ่มเป็นแผลหรือจุดช้ำเป็นแอ่งยุบ ลักษณะอาจกลมหรือไม่แน่นอน ขนาดตั้งแต่จุดเล็กๆ ไปจนเต็มความกว้างของผลพริก อาจมีเพียงแผลเดียวหรือหลายแผลก็ได้ ต่อมาแผลจะแห้งเป็นสีนํ้าตาลหรือดำ หรือเป็นจุดสีเหลืองส้มหรือน้ำตาลดำเป็นวงๆ เรียงซ้อนกันอยู่ที่แผลดังกล่าว เชื้อจะเข้าทำลายผลพริกได้ทุกระยะการเจริญตั้งแต่เริ่มเป็นผลเล็กๆ จนโตเต็มที่และสุกแดงแล้ว หากเป็นระยะที่ผลพริกยังอ่อน จะทำให้ผลพริกคดโค้งงอหรือบิดเบี้ยวขึ้น โดยแผลจะอยู่ด้านในผล ลักษณะคล้ายตัวกุ้งแห้งทำให้มีชื่อเรียกดังกล่าว พริกที่เป็นโรคตามธรรมชาติมักแสดงอาการให้เห็นชัดเจนบนผลพริกที่แก่จัดหรือผลสุก โรคนี้ถ้าเกิดกับต้นกล้าจะทำให้ต้นกล้าแห้งตาย

การแพร่ระบาด

            โรคนี้ปกติจะเกิดขึ้นเฉพาะกับผลพริก แต่ในกรณีที่มีการระบาดรุนแรงและสภาพแวดล้อมเหมาะสมอาจจะเข้าทําลายลําต้นและใบได้ ระบาดมากในฤดูฝนหรือในสภาพความชื้นสัมพัทธ์สูงกว่า ๙๕% และอุณหภูมิระหว่าง ๒๗ - ๓๒ องศาเซลเซียส ในอดีตพบระบาดมากในพริกที่เริ่มเปลี่ยนสีโดยเฉพาะพริกที่มีผลขนาดใหญ่ เช่น พริกชี้ฟ้า พริกเหลือง แต่ในปัจจุบันนี้พบว่ามีการระบาดของโรคนี้ในพริกขี้หนูในหลายแหล่งปลูกทุกภาคของประเทศไทย

กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้

            ๑. เลือกใช้เมล็ดพันธุ์จากต้นที่ไม่เป็นโรคหรือคลุกเมล็ดพันธุ์ก่อนปลูกด้วยสารเคมีป้องกันกำจัดโรคพืช เช่น แมนโคเซบก่อนหว่าน หรือแช่เมล็ดในน้ำอุ่น ๕๐ องศาเซลเซียส เป็นเวลา ๒๐ นาที หรือคลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยเชื้อราไตรโคเดอร์มา

            ๒. ปลูกพืชหมุนเวียนสลับกับพืชที่ไม่อยู่ในตระกูลพริก - มะเขือ กำจัดวัชพืช และการจัดการระบายนํ้าให้ดี ตลอดจนเก็บเศษซากพืชที่เป็นโรคนี้ทำลายเสีย

            ๓. หลังจากเก็บพริกจากต้นแล้วและอยู่ในระหว่างการขนส่ง ควรเก็บไว้ในที่เย็นภายใต้อุณหภูมิคงที่

            ๔. เมื่อพริกเริ่มติดผลควรพ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืชเป็นระยะๆ ด้วยสารสารเคมีที่มีประสิทธิภาพ เช่น เบนโนมิล คาร์เบนดาซิม แมนโคเซบ คอลโรทาโลนิลใช้สารเคมีจำพวกมาเน็บ ไซเน็บ ไซแรม เคปแทน แอนทราโคล ไดโฟลาแทน วามีนเอส-เดอโรซาน หรือเบนเลท อัตราส่วนตามที่กำหนดทุก ๕ ถึง ๑๕ วัน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค

 

ที่มา  :   ศูนย์อารักขาพืช มูลนิธิโครงการหลวง

             ภาควิชาโรคพืช คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

เรียบเรียงโดย :  กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย

Download ดาวน์โหลดเอกสาร

Update Date : บันทึกเมื่อ : 10/06/2560