ฉบับที่ ๑๖ ฉบับที่ ๗๙ ประจำวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๑ แมลงนูนหลวง


ฉบับที่ ๑๖ ฉบับที่ ๗๙ ประจำวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๑
แมลงนูนหลวง (White grub)

          เตือนเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยและมันสำปะหลังในพื้นที่เขตภาคตะวันตก ภาคกลางและภาคตะวันออกของประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี กำแพงเพชร ระยอง และจังหวัดชลบุรี หรือพื้นที่ที่มีการปลูกอ้อยและมันสำปะหลังในสภาพดินทรายถึงดินร่วนปนทราย และมีอินทรียวัตถุต่ำ (๐.๕๖ - ๐.๘๔ %) ระวังการระบาดของแมลงนูนหลวง เนื่องจากช่วงนี้เริ่มพบการระบาดในหลายพื้นที่ สภาพอากาศเหมาะต่อการระบาดของแมลงนูนหลวง ซึ่งเป็นศัตรูที่สำคัญชนิดหนึ่งของอ้อย และมันสำปะหลัง ในอ้อยหากพบอาการใบอ้อยมีสีเหลืองคล้ายอาการขาดน้ำ ต่อมาใบอ้อยจะแห้งมากผิดปกติ จนอ้อยแห้งตายไปทั้งกอในที่สุด กออ้อยที่ถูกเข้าทำลายสามารถถอนทั้งกอออกจากพื้นดินได้ง่าย ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดหรือสำนักงานอำเภอใกล้บ้าน เพื่อขอคำแนะนำและหาแนวทางป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง หากปล่อยระบาดรุนแรงจะทำให้ผลผลิตลดลงจนถึงเก็บผลผลิตไม่ได้

ชื่อวิทยาศาสตร์  :   Lepidiota stigma Fabricius

วงศ์  :   Scarabaeidae

อันดับ  :   Coleoptera

รูปร่างลักษณะ
          แมลงนูนหลวงเป็นด้วงปีกแข็งที่มีขนาดตัวโต และมีสีต่าง ๆ กัน ตั้งแต่สีขาว สีน้ำตาลอ่อน และสีน้ำตาลแดง โดยปกติตัวผู้มีสีเข้มกว่าตัวเมีย และมีขนาดเล็กกว่าตัวเมียเล็กน้อย ลำตัวยาวประมาณ ๓.๕ - ๔ เซนติเมตร กว้างประมาณ ๑.๕ - ๒ เซนติเมตร บริเวณปลายปีกตรงส่วนที่เริ่มลาดลงมีจุดสีขาวอยู่ข้างละ ๑ จุด ตัวเมียจะวางไข่ในดินหลังจากผสมพันธุ์แล้ว ไข่เป็นฟองเดี่ยว ๆ ตัวเมียตัวหนึ่งวางไข่ได้ประมาณ ๑๒ - ๑๖ ฟอง ระยะไข่ ๑๕ - ๒๐ วัน เมื่อฟักออกเป็นตัวหนอนแล้ว จะอาศัยอยู่ในดินกินรากอ้อยหรือหัวมันสำปะหลัง ตัวหนอนรูปร่างโค้งงอ ปลายท้องมีลักษณะเป็นถุง หัวสีน้ำตาลแดง มีฟันกัดที่แข็งแรงมาก จะกัดกินรากอ้อยหรือหัวมันสำปะหลังได้มากขึ้น ๆ ตามขนาดตัวหนอนที่โตขึ้น ๆ ระยะหนอนนาน ๘ - ๙ เดือน จึงโตเต็มที่ และจะสร้างโพรงดินเพื่อเข้าดักแด้ ระยะดักแด้นานประมาณ ๒ เดือน จึงจะออกมาเป็นตัวเต็มวัย อายุตัวเต็มวัย ๓๐ - ๔๐ วัน มีเพียง ๑ ชั่วอายุขัยต่อปี แมลงนูนหลวงจะออกเป็นตัวเต็มวัยปีละครั้งในช่วงต้นฤดูฝน

พืชอาหาร
          อ้อย  มันสำปะหลัง  ยูคาลิปตัส มันแกว ปาล์มน้ำมัน ยางพารา และตะไคร้

ลักษณะการทำลาย
          การเข้าทำลายของหนอนแมลงนูนหลวง จะปรากฏเป็นหย่อมไม่แพร่กระจายไปทั้งไร่ พบการทำลายน้อยในพื้นที่ลุ่มที่มีน้ำขัง และพบการทำลายมากในสภาพดินทรายปลูกในที่ดอน กออ้อยที่ถูกหนอนของแมลงนูนหลวงเข้าทำลายเพียงหนึ่งตัวต่อกอ จะทำให้อ้อยตายไปทั้งกอได้ ทำให้ผลผลิตของอ้อยลดลงจนเก็บผลผลิตไม่ได้ หนอนของแมลงนูนหลวงกัดกินรากอ้อยเป็นอาหาร อาการเริ่มแรกของอ้อยที่ถูกทำลายคล้ายกับอ้อยขาดน้ำ เนื่องมาจากความแห้งแล้ง คือ ใบอ้อยมีสีเหลือง ต่อมาใบอ้อยจะแห้งตายมากผิดปกติ ในที่สุดอ้อยจะแห้งตายไปทั้งกอ กออ้อยที่ถูกหนอนเข้าทำลายสามารถถอนทั้งกอออกจากพื้นดินได้ง่าย เนื่องจากรากอ้อยถูกทำลายหมด หากปีใดแห้งแล้งติดต่อกันการระบาดจะมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้
          ๑. สำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
          ๒. ไถพรวนดินหลายๆ ครั้ง เพื่อทำลายหนอนแมลงนูนหลวงและดักแด้ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม (ก่อนปลูกอ้อย) รวมถึงจับแมลงนูนหลวง (ตัวเต็มวัย) ก่อนการวางไข่ในช่วงเย็น เวลา ๑๘.๓๐ - ๑๙.๐๐ น. บริเวณต้นไม้ใหญ่ซึ่งแมลงจะจับเป็นคู่เกาะเพื่อผสมพันธุ์หรือ ในช่วงเช้า โดยสังเกตขุยดินบริเวณรอบๆ โคนต้น หรือห่างจากทรงพุ่มต้น ๑ - ๕ เมตร หากพบให้ทำการขุดจับและจับต่อเนื่องกันประมาณ ๑๕ - ๒๐ วัน ควรทำต่อเนื่อง ๒ - ๓ ปี
          ๓. ไร่อ้อยที่ถูกแมลงนูนหลวงเข้าทำลายมาก และคาดว่าจะไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้ หรือไม่คุ้มค่า ควรรีบไถพรวนหลาย ๆ ครั้ง เพื่อทำลายตัวหนอนที่เข้าดักแด้ในดินลึกในเดือนธันวาคม นอกจากนี้เกษตรกรที่ปลูกอ้อยตั้งแต่เดือนมีนาคม – พฤษภาคม ควรพรวนดินหลาย ๆ ครั้งเพื่อทำลายไข่และตัวหนอนในดินก่อนการปลูกอ้อย
          ๔. การใช้เชื้อรา Beauveria bassiana ช่วยทำลายหนอน และดักแด้ในดิน โดยต้องมีความชื้นในดินสูง หรือใช้ในฤดูฝน เพื่อให้เชื้อราเจริญเติบโตได้ดี
          ๕. หากจำเป็นต้องใช้สารเคมีกำจัดแมลงแนะนำ ดังนี้
                   - ฟิโพรนิล ๕% เอสซี อัตรา ๘๐ - ๒๕๐ มิลลิลิตรต่อน้ำ ๒๐ ลิตร พ่นตามร่องอ้อยประมาณกลางเดือนมีนาคม

 

ที่มา :  ๑. กรมส่งเสริมการเกษตร
          ๒. สถาบันวิจัยพืชไร่  กรมวิชาการเกษตร
          ๓. สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย

ที่ปรึกษา   :  นางจิระนุช  ชาญณรงค์กุล  ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย
                 นางสาวสุมนา  สิมาสฤษฏ์  ผู้อำนวยการกลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช

เรียบเรียงโดย :  นางสาวเบญจมาภรณ์  ชุ่มจิตร  นักวิชาการเกษตรชำนาญการ      กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย

Update Date : บันทึกเมื่อ : 28/08/2561