ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๒๑ ประจำวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๑ โรคใบไหม้แผลใหญ่ข้าวโพด


ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๒๑ ประจำวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๑
โรคใบไหม้แผลใหญ่ข้าวโพด (Northern Corn Leaf Blight)

            เตือนเกษตรกรที่ปลูกขาวโพดฝักอ่อน ข้าวโพดหวาน และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ในเขตภาคเหนือภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ระวังการระบาดของโรคใบไหม้แผลใหญ่ ซึ่งพบระบาดมากในช่วงเดือนธันวาคม – เดือนมีนาคม เนื่องจากกลางคืนอากาศเย็น และมีความชื้นสูง ซึ่งสภาพดังกล่าวเหมาะต่อการระบาดของโรคใบไหม้แผลใหญ่ ดังนั้น เกษตรกรควรหมั่นสำรวจแปลงปลูกข้าวโพดอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบใบข้าวโพดเป็นแผลขนาดเล็ก ต่อมาขยายใหญ่เป็นสีเขียวเทา หรือสีน้ำตาลยาวไปตามใบ หัวท้ายเรียวคล้ายรูปกระสวย ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้าน เพื่อหาแนวทางป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง

เชื้อสาเหตุ  :  เชื้อรา  Bipolaris turcica

ลักษณะอาการ
            ระยะแรกใบข้าวโพดจะเป็นแผลขนาดเล็ก ต่อมาขยายใหญ่ขึ้น เนื้อเยื่อบริเวณแผลเปลี่ยนเป็นสีเขียวเทา หรือสีน้ำตาลยาวไปตามใบ หัวท้ายเรียวคล้ายรูปกระสวย แผลมีขนาด ๒ - ๒๐ เซนติเมตร จะเกิดที่ใบล่างๆ ก่อนแล้วลุกลามไปยังใบด้านบนและกระจายทั่วต้น เมื่อมีอาการรุนแรงแผลจะขยายตัวรวมกันเป็นแผลขนาดใหญ่ทำให้ใบไหม้และแห้งตายในที่สุด การระบาดของโรคพบได้ตลอดฤดูกาลเพาะปลูก อาการของโรคจะทวีความรุนแรงในสภาพที่มีความชื้นสูง และปลูกข้าวโพดหลายฤดูกาลติดต่อกัน

การแพร่ระบาด
            โรคใบไหม้แผลใหญ่จะพบระบาดมากในสภาพที่มีความชื้นสูง อุณหภูมิประมาณ ๑๘ – ๒๗ องศาเซลเซียส โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวแพร่ระบาดโดยกลุ่มสปอร์กระจายปลิวไปตามลม หรือถูกพัดพาไปกับน้ำแพร่ระบาดได้ไกลเข้าทำลายข้าวโพดได้ทั่วแปลง

 

กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้
            ๑. หลีกเลี่ยงการปลูกข้าวโพดพันธุ์อ่อนแอต่อโรคใบไหม้แผลใหญ่
            ๒. ปลูกข้าวโพดพันธุ์ต้านทาน เช่น นครสวรรค์ ๑ นครสวรรค์ ๗๒
            ๓. หลีกเลี่ยงการปลูกข้าวโพดหลายฤดูกาลติดต่อกัน
            ๔. สำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง เมื่อเริ่มพบข้าวโพดเริ่มแสดงอาการของโรคพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น
                       - โพรพิโคนาโซล ๒๕% อีซี อัตรา ๑๕ มิลลิลิตร ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร หรือ
                       - อะซอกซี่สะโตรบิน + ไดฟีโนโคนาโซล อัตรา ๑๕ มิลลิลิตร ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร หรือ
                       - คาร์เบนดาซิม + อีพอกซี่โคนาโซล อัตรา ๒๕ มิลลิลิตร ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร
พ่นทุก ๗ วัน จำนวน ๒ ถึง ๔ ครั้ง ตามความรุนแรงของโรค
            ๕. ปลูกพืชหมุนเวียน กำจัดวัชพืช พืชอาศัย ขุดหรือถอนต้นข้าวโพดที่เป็นโรคไปเผาทำลาย

 

 

ที่มา  :  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  , กรมวิชาการเกษตร
เรียบเรียงโดย  :  กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย

Download ดาวน์โหลดเอกสาร

Update Date : บันทึกเมื่อ : 19/03/2561