ปีที่ ๑๕ ฉบับที่ ๑๒๖ ประจำวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๖๐ หนอนกระทู้หอม


ปีที่ ๑๕ ฉบับที่ ๑๒๖ ประจำวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๖๐
หนอนกระทู้หอม (Beet armyworm, Lesser armyworm)

            เตือนเกษตรกรผู้ปลูกพืชผักทุกภาคของประเทศไทย ระวังหนอนกระทู้หอมเข้าทำลายพืชผักในตระกูลกะหล่ำทุกชนิด โดยเฉพาะในแหล่งที่มีการปลูกอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ เช่น จังหวัดราชบุรี กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ปทุมธานี กาญจนบุรี และประจวบคีรีขันธ์ แหล่งปลูกผักดังกล่าวมีการระบาดของหนอนกระทู้หอมเป็นประจำ เนื่องจากช่วงนี้กลางวันมีสภาพอากาศร้อน ฝนตกน้อยลงหรือตกสลับหยุด ซึ่งเหมาะต่อการระบาดของหนอนกระทู้หอม ดังนั้น เกษตรกรควรหมั่นสำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ หากการเข้าทำลายหรือร่องรอยของหนอนกระทู้หอม ให้รีบป้องกันกำจัดทันที และแจ้งเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้าน เพื่อหาแนวทางควบคุม และป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง

ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Spodoptera exigua Hubner

วงศ์  :   Noctuidae

อันดับ  :   Lepidoptera

ชื่ออื่น  :   หนอนหลอดหอม หนอนหอม หนอนหนังเหนียว

รูปร่างลักษณะ
            หนอนกระทู้หอมมีลำตัวอ้วน ผนังลำตัวเรียบ มีหลายสี เช่น เขียวอ่อน เทาปนดำ น้ำตาลดำ น้ำตาลอ่อน ด้านข้างจะมีแถบสีขาวพาดตามลำตัว โตเต็มที่ขนาด ๒.๕ เซนติเมตร ตัวผีเสื้อหนอนกระทู้หอมวางไข่เป็นกลุ่มเล็กๆ ๑๐ - ๒๐ ฟอง มีขนสีน้ำตาลปกคลุม หนอนเข้าดักแด้ในดินลึก ๑ - ๒ เซนติเมตร

ลักษณะการทำลาย
            หนอนกระทู้หอมจัดได้ว่าเป็นแมลงศัตรูที่สำคัญต่อการปลูกผักในประเทศไทยมาก หนอนชนิดนี้แพร่ระบาดมานานหลายปีแล้วเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่เกษตรกรผู้เคยปลูกหอมแถวอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี โดยหนอนเมื่อฟักออกจากไข่ในวัยแรกทำลายพืชโดยการกัดกินบริเวณส่วนต่าง ๆ ของพืช การทำลายยังไม่ก่อให้เกิดความเสียหายมากนัก ความเสียหายมักพบรุนแรงกับหนอนในระยะโตขึ้นตั้งแต่วัย 3 ขึ้นไป โดยหนอนจะแยกย้ายกัดกินทุกส่วนของพืช ในช่วงนี้หาปริมาณหนอนมาก ความเสียหายจะรุนแรงมากขึ้น หากป้องกันกำจัดไม่ถูกต้องแล้ว ผลผลิตจะได้รับความเสียหายและคุณภาพพืชผักไม่เป็นที่ต้องการของตลาด

พืชอาหาร
            หนอนกระทู้หอมทำลายพืชที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจมากมายหลายชนิด ทั้งพืชผัก ไม้ผล พืชไร่ และไม้ดอก ได้แก่ พืชผักตระกูลกะหล่ำ หอมแดง หอมหัวใหญ่ หน่อไม้ฝรั่ง มันเทศ ถั่วลันเตา ถั่วฝักยาว กระเจี๊ยบเขียว เผือก มะเขือเทศ มะระ พริก แตงโม องุ่น ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ถั่วเขียว ฝ้าย ข้าวโพด เบญจมาศ กุหลาบ มะลิ ดาวเรือง และกล้วยไม้ เป็นต้น

การแพร่ระบาด
            หนอนกระทู้หอมมักระบาดในแหล่งที่มีการปลูกอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ และมักระบาดรุนแรงในช่วงฤดูร้อน และฤดูหนาว

กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้

            ๑. สำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

            ๒. หากพบไม่มากให้เก็บกลุ่มไข่และหนอนทำลาย วิธีนี้พบว่าได้ผลดีและลดการระบาดลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

            ๓. ถ้าพบหนอนมากกว่า ๑ ตัว ต่อต้น หรือพบใบถูกทำลายตั้งแต่ ๑๐% ให้พ่นด้วย Bacillus thuringiensis var. aizawai หรือ Bacillus thuringiensis var. kurstakii
อัตรา ๖๐  - ๘๐ มิลลิลิตร ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร พ่นในช่วงเวลาเย็นทุก ๕ วัน เมื่อพบหนอนกระทู้หอมระบาด

            ๔. พ่นด้วยไวรัส NPV ของหนอนกระทู้หอมของกรมวิชาการเกษตร อัตรา ๓๐ มิลลิลิตร ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร หรือที่มีจำหน่ายเป็นการค้า ผสมสารจับใบอัตราตามคำแนะนำ พ่นในช่วงเวลาเย็น ทุก ๕ วัน เมื่อพบหนอนกระทู้หอมระบาด

            ๕. สารสกัดสะเดาในอัตรา ๑๐๐ มิลลิลิตร ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร เมื่อพบการระบาดของหนอนกระทู้หอม

            ๖. พ่นสารเคมีกำจัดแมลง เลือกสารเคมีชนิดใดชนิดหนึ่ง และควรพ่นติดต่อกัน ๒ ครั้ง ห่างกัน ๗ วัน ดังนี้
                      - อินด๊อกซาคาร์บ อัตรา ๑๕ - ๓๐ มิลลิลิตร ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร
                      - สปินโนแซด อัตรา ๒๐ - ๓๐ มิลลิลิตร ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร
                      - อิมาเม็กติน เบนโซเอท อัตรา ๑๕ - ๒๐ มิลลิลิตร ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร
                      - ลูเฟนนูรอน อัตรา ๒๐ - ๓๐ มิลลิลิตร ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร
                      - คลอร์ฟลูอาซูรอน อัตรา ๒๐ - ๔๐ มิลลิลิตร ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร

 

ที่มา :   ๑. คู่มือการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชสำหรับการผลิตผักเพื่อการส่งออกสหภาพยุโรป (ฉบับปรับปรุง) สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร
          ๒. สำนักพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตร  กรมส่งเสริมการเกษตร
เรียบเรียงโดย :  กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย

Update Date : บันทึกเมื่อ : 27/09/2560