ปีที่ ๑๕ ฉบับที่ ๑๕๐ ประจำวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ โรคใบไหม้แผลใหญ่ข้าวโพด (Northern Corn Leaf Blight)


ปีที่ ๑๕ ฉบับที่ ๑๕๐ ประจำวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๐
โรคใบไหม้แผลใหญ่ข้าวโพด (Northern Corn Leaf Blight)

            เตือนเกษตรกรที่ปลูกขาวโพดฝักอ่อน ข้าวโพดหวาน และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ในทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะในเขตภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระวังการระบาดของโรคใบไหม้แผลใหญ่ ซึ่งพบระบาดมากในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากกลางคืนอากาศเย็น และมีความชื้นสูง ซึ่งสภาพดังกล่าวเหมาะต่อการระบาดของโรคใบไหม้แผลใหญ่ ดังนั้น เกษตรกรควรหมั่นสำรวจแปลง-ปลูกข้าวโพดอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบใบข้าวโพดเป็นแผลขนาดเล็ก ต่อมาขยายใหญ่เป็นสีเขียวเทา หรือสีน้ำตาลยาวไปตามใบ หัวท้ายเรียวคล้ายรูปกระสวย ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้าน เพื่อดำเนินการป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง

เชื้อสาเหตุ  :  เชื้อรา  Bipolaris turcica

ลักษณะอาการ

            ระยะแรกใบข้าวโพดจะเป็นแผลขนาดเล็ก ต่อมาขยายใหญ่ขึ้น เนื้อเยื่อบริเวณแผลเปลี่ยนเป็นสีเขียวเทา หรือสีน้ำตาลยาวไปตามใบ หัวท้ายเรียวคล้าย
รูปกระสวย แผลมีขนาด ๒ - ๒๐ เซนติเมตร จะเกิดที่ใบล่างๆ ก่อนแล้วลุกลามไปยังใบด้านบนและกระจายทั่วต้น เมื่อมีอาการรุนแรงแผลจะขยายตัวรวมกันเป็นแผล
ขนาดใหญ่ทำให้ใบไหม้และแห้งตายในที่สุด การระบาดของโรคพบได้ตลอดฤดูกาลเพาะปลูก อาการของโรคจะทวีความรุนแรงในสภาพที่มีความชื้นสูง และปลูกข้าวโพดหลายฤดูกาลติดต่อกัน

การแพร่ระบาด

            โรคใบไหม้แผลใหญ่จะพบระบาดมากในสภาพที่มีความชื้นสูง อุณหภูมิประมาณ
๑๘ – ๒๗ องศาเซลเซียส โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวแพร่ระบาดโดยกลุ่มสปอร์กระจายปลิวไปตามลม หรือถูกพัดพาไปกับน้ำแพร่ระบาดได้ไกลเข้าทำลายข้าวโพดได้ทั่วทั้งแปลง

กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้
            
๑. หลีกเลี่ยงการปลูกข้าวโพดพันธุ์อ่อนแอต่อโรคใบไหม้แผลใหญ่
            ๒. ปลูกข้าวโพดพันธุ์ต้านทาน เช่น นครสวรรค์ ๑ นครสวรรค์ ๗๒
            ๓. หลีกเลี่ยงการปลูกข้าวโพดหลายฤดูกาลติดต่อกัน
            ๔. สำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง เมื่อเริ่มพบข้าวโพดเริ่มแสดงอาการของโรคพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น
                       - โพรพิโคนาโซล ๒๕% อีซี อัตรา ๑๕ มิลลิลิตร ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร หรือ
                       - อะซอกซี่สะโตรบิน + ไดฟีโนโคนาโซล อัตรา ๑๕ มิลลิลิตร ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร หรือ
                       - คาร์เบนดาซิม + อีพอกซี่โคนาโซล อัตรา ๒๕ มิลลิลิตร ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร
พ่นทุก ๗ วัน จำนวน ๒ ถึง ๔ ครั้ง ตามความรุนแรงของโรค
            ๕. ปลูกพืชหมุนเวียน กำจัดวัชพืช พืชอาศัย ขุดหรือถอนต้นข้าวโพดที่เป็นโรคไปเผาทำลาย

 

 

ที่มา  :  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  , กรมวิชาการเกษตร
เรียบเรียงโดย  :  กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช  กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย

Update Date : บันทึกเมื่อ : 30/11/2560