ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๕๙ ประจำวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๑ ด้วงแรดมะพร้าว


ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๕๙ ประจำวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๑
ด้วงแรดมะพร้าว

            เตือนเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวและสวนปาล์มน้ำมันในทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคใต้ซึ่งเป็นแหล่งปลูกมะพร้าวและปาล์มน้ำมันที่สำคัญของประเทศ ให้ระวังด้วงแรดระบาด เนื่องจากข้อมูลในแปลงติดตามสถานการณ์ศัตรูพืชและรายงานสถานการณ์ศัตรูพืชประจำสัปดาห์ พบการเข้าทำลายในหลายพื้นที่ ดังนั้น ขอให้เกษตรกรหมั่นสำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ หากพบการเข้าทำลายให้รีบขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัด เพื่อหาแนวทางควบคุมและป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรงต่อไป

ชื่อวิทยาศาสตร์ :  ด้วงแรดชนิดเล็ก    Oryctes rhinoceros
         
                       ด้วงแรดชนิดใหญ่   Oryctes gnu

วงศ์  :   Scarabaeodae

อันดับ  :   Coleoptera 

รูปร่างลักษณะ
            ด้วงแรดมะพร้าว มี ๒ ชนิด ได้แก่ ด้วงแรดชนิดเล็ก และด้วงแรดชนิดใหญ่ ด้วงแรดทั้ง ๒ ชนิด มีรูปร่างลักษณะและวงจรชีวิตคล้ายคลึงกัน
            ระยะไข่ ไข่มีลักษณะกลมรี สีขาวนวลมองเห็นได้ชัดขนาดกว้าง ๒ - ๓ มิลลิเมตร ยาวประมาณ ๓ - ๔ มิลลิเมตร เมื่อใกล้ฟักไข่จะมีสีน้ำตาลอ่อน ไข่ถูกวางลึกลงไปประมาณ ๕ - ๑๕ เซนติเมตร ในแหล่งขยายพันธุ์ที่ผุพัง
            ระยะหนอน หนอนเมื่อเริ่มฟักออกจากไข่ มีลำตัวสีขาว ความกว้างของลำตัว ๒ มิลลิเมตร ความยาวลำตัว ๗.๕ มิลลิเมตร หัวกะโหลกสีน้ำตาลอ่อน กว้างประมาณ ๒ - ๒.๕ มิลลิเมตร มีขาจริง ๓ คู่ ด้านข้างลำตัวมีรูหายใจ จำนวน ๙ คู่ เมื่อหนอนกินอาหารแล้วผนังลำตัวจะมีลักษณะโปร่งใส มองเห็นภายในสีดำ หนอนเมื่อโตเต็มที่จะมีขนาดลำตัวยาวประมาณ ๖๐ - ๙๐ มิลลิเมตร
            ระยะดักแด้ เมื่อหนอนเจริญเติบโตเต็มที่จะหยุดกินอาหารและสร้างรังเป็นโพรง หนอนจะหดตัวอยู่ภายในเป็นเวลา ๕ - ๘ วัน จึงเปลี่ยนรูปร่างเป็นสีน้ำตาลแดง กว้าง ๒๒ มิลลิเมตร ยาว ๕๐มิลลิเมตร ซึ่งสามารถแยกเพศได้ โดยดักแด้ของเพศผู้สามารถมองเห็นส่วนที่เป็นระยางค์คล้ายเขายื่นยาวชัดเจนกว่าของเพศเมีย
            ระยะตัวเต็มวัย เป็นด้วงปีกแข็งสีดำเป็นมันวาว ใต้ท้องมีสีน้ำตาลแดง ความกว้างของลำตัว ๒๐ - ๒๓ มิลลิเมตร ความยาวลำตัว ๓๐ - ๕๒ มิลลิเมตร สามารถแยกเพศได้ โดยตัวเต็มวัยเพศผู้ส่วนหัวมีเขาลักษณะคล้ายเขาแรดโค้งยาวไปทางด้านหน้าเล็กน้อย เพศเมียมีเขาสั้นกว่า และบริเวณปล้องสุดท้ายของเพศเมีย มีขนสีน้ำตาลแดงขึ้นหนากว่าเพศผู้

การแพร่ระบาด
            พบระบาดมากในเขตร้อนชื้น แพร่กระจายทั่วประเทศและตลอดปี สำหรับปริมาณจะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแหล่งขยายพันธุ์

พืชอาศัย
            พืชตระกูลปาล์มทุกชนิด เช่น มะพร้าว ปาล์มน้ำมัน และปาล์มประดับ

ลักษณะการทำลาย
            ตัวเต็มวัยของด้วงแรดเท่านั้น ที่เข้าทำลายต้นมะพร้าว โดยบินขึ้นไปกัดเจาะโคนทางใบมะพร้าว หรือปาล์มน้ำมันทำให้ทางใบหักง่าย และยังกัดเจาะทำลายยอดอ่อน ทำให้ทางใบที่เกิดใหม่ไม่สมบูรณ์มีรอยขาดแหว่งเป็นริ้วๆ คล้ายรูปสามเหลี่ยม ถ้าโดนทำลายมากๆ ทำให้ใบที่เกิดใหม่แคระแกรน รอยแผลที่ถูกด้วงแรดกัดเป็นเนื้อเยื่ออ่อน ทำให้ด้วงงวงมะพร้าวเข้ามาวางไข่หรือทำให้ทางใบมะพร้าวเกิดโรคยอดเน่า จนทำให้ต้นมะพร้าวตายได้

กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้
          ๑. สำรวจสวนมะพร้าวหรือสวนปาล์มน้ำมันอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
          ๒. ควบคุมโดยวิธีเขตกรรม ได้แก่ การกำจัดแหล่งขยายพันธุ์ ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุด ลงทุนน้อยและสะดวกเพราะอยู่บนพื้นดิน สามารถกำจัดไข่ หนอน ดักแด้ และตัวเต็มวัย ไม่ให้เพิ่มปริมาณได้ ได้แก่
             ๒.๑ เผาหรือฝังซากลำต้น และตอของมะพร้าว
             ๒.๒ เกลี่ยกองซากพืช กองมูลสัตว์ให้กระจายออกโดยมีความสูงไม่เกิน ๑๕ เซนติเมตร
             ๒.๓ ถ้าจำเป็นต้องทำกองมูลสัตว์นานกว่า ๒ – ๓ เดือน ควรหมั่นพลิกกลับกองปุ๋ยหมักหรือนำใส่ถุงปุ๋ยมัดปากให้แน่นนำไปเรียงซ้อนกัน
          ๓. ควบคุมโดยกลวิธี หมั่นทำความสะอาดบริเวณคอต้นมะพร้าวหรือปาล์ม ตามโคนทางใบมะพร้าว หากพบรอยแผลเป็นรูใช้เหล็กแหลมแทงหาด้วงแรดเพี่อกำจัดทิ้ง
          ๔. ควบคุมโดยใช้กับดักล่อฟีโรโมน เพื่อล่อจับตัวเต็มวัย และนำมาทำลาย
          ๕. ควบคุมโดยชีววิธี ใช้เชื้อราเขียวเมตาไรเซียม Metarhizium anisopliae คลุกในกองปุ๋ยคอกขนาดกองปุ๋ยคอก ๔ ตารางเมตร ลึกประมาณ ๐.๕๐ เมตร คลุกเชื้อราในกองปุ๋ยคอก อัตรา ๐.๕๐ – ๑ กิโลกรัมต่อกองปุ๋ย ๑ กอง ครอบคลุมพื้นที่ขนาด ๕ ไร่

 

ที่มา :  ๑. กรมวิชาการเกษตร
  
         ๒. http://ippc.acfs.go.th/pest/G001/T011/INS387

ที่ปรึกษา      :  นางจิระนุช  ชาญณรงค์กุล  ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย
                    นางสาวสุมนา  สิมาสฤษฏ์  ผู้อำนวยการกลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช

เรียบเรียงโดย :  นางสาวเบญจมาภรณ์  ชุ่มจิตร  นักวิชาการเกษตรชำนาญการ    กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย

Download ดาวน์โหลดเอกสาร

Update Date : บันทึกเมื่อ : 05/07/2561