ปีที่ ๑๕ ฉบับที่ ๑๒๒ ประจำวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๐ ไรสี่ขามะพร้าว (Coconut mite)


ปีที่ ๑๕ ฉบับที่ ๑๒๒ ประจำวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๐

ไรสี่ขามะพร้าว (Coconut mite)

            เตือนเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวทุกภาคของประเทศไทย เนื่องจากกลางวันมีสภาพอากาศร้อน และแห้งแล้ง ซึ่งเหมาะต่อการระบาดของไรสี่ขา หากเกษตรกรพบว่าผลมะพร้าวมีอาการเป็นแผลแห้งสีน้ำตาลเป็นทางยาว ปลายแผลเป็นมุมแหลม โดยเฉพาะบริเวณขั้วผลอ่อน โดยเมื่อสังเกตแล้วไม่พบตัวไร เนื่องจากไรสี่ขาเป็นไรที่มีขนาดเล็กไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ดังนั้น ให้รีบแจ้งหรือขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้าน เพื่อหาแนวทางควบคุม และป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง เนื่องจากไรชนิดนี้สามารถเป็นพาหะนำโรคไวรัส ไวรอยด์ และสามารถเข้าทำลายพืชที่สำคัญชนิดอื่น ๆ ได้หลายชนิด

ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Colomerus novahebridensis Keifer
                       Aceria guerreronis Keifer     เป็นพาหะนำโรค Cadang Cadang ในมะพร้าว ซึ่งเป็นสาเหตุของการห้ามนำมะพร้าวเข้าในหลายประเทศ

วงศ์  :   Eriophyidae

อันดับ  :   Trombidiformes

ชื่ออื่น  :   -

รูปร่างลักษณะ
            ตัวเต็มวัยไรสี่ขามะพร้าวมีขนาดเล็กลำตัวคล้ายหนอน มีขา ๒ คู่ อยู่ส่วนหน้าของลำตัวตัวอ่อนและตัวเต็มวัยเป็นศัตรูพืช เพศเมียสามารถวางไข่ได้ประมาณ ๓๐ – ๕๐ ฟอง ไข่มีรูปร่างเป็นทรงกลมเล็กสีขาวเป็นมันเงา

ลักษณะการทำลาย
            ไรสี่ขาสร้างความเสียหายต่อผลผลิตมะพร้าวในต่างประเทศหลายประเทศ เช่น บราซิล อินเดีย เม็กซิโก คอสตาริกา ศรีลังกา จาไมก้า ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย
            Aceria guerreronis Keifer  :  ไรสี่ขามะพร้าวจะเริ่มเข้าทำลายผลตั้งแต่ผลขนาดเล็ก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ ๓ เซนติเมตร โดยอาศัยดูดกินน้ำเลี้ยงอยู่ใต้กลีบเลี้ยงของผล ลักษณะเป็นแผลร่องลึก แตกเป็นริ้วเหมือนเปลือกไม้มีสีน้าตาลชัดเจน ปลายแผลแหลมและเป็นแผลโดยรอบหรือเกือบโดยรอบของผล ผลขนาดเล็กที่ถูกไรเข้าทำลายแผลจะมีขนาดเล็ก เมื่อผลมีขนาดใหญ่ขึ้นแผลก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้นตามขนาดของผล ไรชนิดนี้เข้าทำลายผลเกือบทุกผลในทะลาย ทำให้ผลมีขนาดเล็กลงอย่างชัดเจน ขนาดไม่ตรงตามความต้องการของตลาด ถ้าระบาดรุนแรงผลจะร่วงหล่นเสียหาย จนไม่สามารถเก็บผลผลิตได้ 
            Colomerus novahebridensis Keifer  :  เข้าทำลายผลเช่นเดียวกัน แต่ขนาดของแผลเล็กและตื้น มักไม่เป็นแผลโดยรอบผล พบความเสียหายประมาณ ๑๐% ในหนึ่งทะลาย และความเสียหายไม่รุนแรงจนทำให้ผลผลิตเสียหาย ไม่หลุดร่วง ผลยังคงมีขนาดใหญ่ หากปลอกเปลือกยังสามารถจำหน่ายได้

กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้
            ๑. สำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
            ๒. ตัดผลและช่อดอกใส่ถุงพลาสติกดำ นำไปฝังโดยให้มีหน้าดินลึกประมาณ ๕๐ เซนติเมตร หรือเผาทำลายผลและช่อดอก
            ๓. พ่นสารเคมีกำจัดไร หลังตัดผลหรือช่อดอกทุกครั้งจนกว่าจะไม่พบอาการเข้าทำลาย ดังนี้
                      - โพรพาร์ไกต์ ๓๐% WP อัตรา ๓๐ กรัม ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร
                      - อะมิทราซ ๒๐% EC อัตรา ๔๐ มิลลิลิตร ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร
                      - กำมะถันผง ๘๐% WP อัตรา ๖๐ กรัม ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร
                      - ไพริดาเบน ๒๐% WP อัตรา ๑๐ กรัม ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร

 

ที่มา :   กรมวิชาการเกษตร 
เรียบเรียงโดย :  กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย

Update Date : บันทึกเมื่อ : 20/09/2560