ปีที่ ๑๕ ฉบับที่ ๖๗ ประจำวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๐ โรคใบขาวอ้อย


ปีที่ ๑๕ ฉบับที่ ๖๗ ประจำวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๐

โรคใบขาวอ้อย

            เตือนเกษตรกรที่ปลูกอ้อยในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะเขตจังหวัดกาฬสินธุ์ และจังหวัดขอนแก่น ดังนั้น เกษตรกรควรหมั่นสำรวจแปลงอ้อยอย่างสม่ำเสมอ หากเกษตรกรตรวจพบอ้อยในไร่เป็นโรคนี้ให้รีบแจ้งสำนักงานเกษตรอำเภอ หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้าน เพื่อรีบกำจัดอย่างเร่งด่วนเพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้จะทำให้การระบาดแพร่ขยายเป็นวงกว้างและทำให้เกษตรกรได้ผลผลิตลดลง ๓๐ - ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ปีถัดไปอาจจะเก็บเกี่ยวผลผลิตไม่ได้ทั้งยังทำให้เกษตรกรไม่สามารถไว้ตอหรือเก็บท่อนพันธุ์ไว้ทำพันธุ์ต่อได้

เชื้อสาเหตุ  :   เชื้อไฟโตพลาสมา

ลักษณะอาการ
            อาการใบขาวสามารถเกิดขึ้นได้กับอ้อยทุกระยะการเจริญเติบโต อ้อยที่เป็นโรคจะแสดงอาการผิดปกติได้ตั้งแต่เริ่มงอกไปจนกระทั่งเก็บเกี่ยว โดยอาการจะปรากฏให้เห็นได้ชัดเจนในระยะกล้า อ้อยจะแตกกอฝอยมีหน่อเล็กๆ ที่มีใบสีขาวจานวนมาก คล้ายกอหญ้า หน่อไม่เจริญเป็นลำ หากอาการโรครุนแรงอ้อยจะแห้งตายทั้งกอในที่สุด หากหน่ออ้อยในกอเจริญเป็นลำได้ ลำอ้อยที่ได้จะไม่สมบูรณ์ อาจมีใบขาวที่ปลายยอด หรือมีหน่อขาวเล็กๆ งอกจากตาข้างของลำ บางครั้งอาการของโรคจะมีลักษณะแฝง พบเสมอในอ้อยปลูกปีแรก โดยอ้อยที่เป็นโรคเจริญเติบโตเป็นลำ มีใบสีเขียวคล้ายอ้อยปกติ มีเพียงหน่อขาวเล็กๆ ที่โคนกอ แต่อาการโรคจะปรากฏให้เห็นได้ชัดเจนในอ้อยตอในระยะเวลาต่อมา รวมทั้งแหล่งระบาดที่สำคัญของโรค ซึ่งเมื่อนำอ้อยที่มีอาการแฝงคล้ายอ้อยปกติดังกล่าวไปปลูกต่อก็จะทำให้โรคระบาดต่อไปได้อย่างกว้างขวางอาการของโรคปรากฏทั้งบนอ้อยปลูกและอ้อยตอในบางครั้งพบว่าอ้อยเป็นโรคตั้งแต่เริ่มปลูก บางครั้งพบเมื่อเป็นอ้อยตอ ทั้งนี้ อาจจะเนื่องจากปริมาณของเชื้อสาเหตุของโรคว่ามีอยู่มากน้อยเพียงใด พอที่จะทำให้อ้อยแสดงอาการของโรคหรือไม่
            แปลงอ้อยที่ปลูกในช่วงหน้าฝนจะพบอาการโรคระบาดรุนแรง เนื่องจากจะพบแมลงพาหะมากในฤดูฝนระหว่างปลายเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน และพบน้อยในฤดูแล้งระหว่างปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม ดังนั้น อ้อยที่ปลูกเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายนจะไม่ค่อยพบอ้อยแสดงอาการ เนื่องจากเป็นช่วงที่มีแมลงพาหะน้อยอ้อยมีโอกาสน้อยที่จะติดเชื้อในระยะกล้าจนกว่าอ้อยจะโต เมื่อแมลงพาหะระบาดใหม่ในฤดูฝน ต่อมาใกล้ตัดอ้อยอ้อยจึงแสดงอาการโรคช้า และจะแสดงอาการในอ้อยตอเป็นส่วนใหญ่

การแพร่ระบาด
          ๑. ติดไปกับท่อนพันธุ์ที่มีเชื้อแฝงเป็นสาเหตุหลัก
          ๒. เพลี้ยจักจั่นสีน้ำตาลเป็นแมลงพาหะ ๒ ชนิด คือ
                 - Matsumuratettix hiroglyphicus
                - Cicadulina bipunctella

กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้

            ๑. เตรียมแปลงพันธุ์ที่จะมาขยายปลูกโดยใช้พันธุ์ที่ทนทานและแช่ท่อนพันธุ์ในน้ำร้อน ๕๐ องศาเซลเซียส นาน ๒ ชั่วโมง หรือ ๕๒ องศาเซลเซียส นานครึ่งชั่วโมงก่อนปลูก

            ๒. ปลูกอ้อยข้ามแล้งเพื่อหลีกเลี่ยงแมลงพาหะซึ่งมีมากในฤดูฝน โดยปลูกในเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเดือนมีนาคมถึงเดือนสิงหาคมในภาคตะวันตก

            ๓. ในกรณีพบการระบาดมากให้ไถทิ้งทั้งแปลง แล้วปลูกพืชตระกูลถั่วหมุนเวียนก่อนปลูกอ้อยรอบใหม่ เพื่อตัดวงจรของโรคและแมลงพาหะ เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีอ้อยพันธุ์ต้านทาน

            ๔. ขุดทำลายกออ้อยที่เป็นโรคออกจากแปลงแล้วนำไปเผาทำลายทิ้งหรืออาจใช้สารกำจัดวัชพืชพ่นต้นที่เป็นโรค

            ๕. กำจัดวัชพืชรอบๆ แปลง ไปพร้อมกับการทำลายกอเป็นโรค เพื่อทำลายแหล่งอาศัยของแมลงพาหะนำโรค

            ๖. ให้ความร่วมมือกันกำจัดโรคใบขาวอย่างต่อเนื่องตลอดฤดูการผลิต และตลอดไปจนกว่าโรคใบขาวจะหมดไป

 

ที่มา :  กลุ่มส่งเสริมพันธุ์พืชปลอดโรค กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตร
เรียบเรียงโดย :  กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย

Download ดาวน์โหลดเอกสาร

Update Date : บันทึกเมื่อ : 13/07/2560