สถานการณ์การระบาดศัตรูข้าว วันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๖๐


1. สถานการณ์ศัตรูข้าว

          พื้นที่ปลูกตามรายงานของสำนักงานเกษตรจังหวัด ณ วันที่ 1 มีนาคม 2560 จำนวน 65 จังหวัด มีพื้นที่ปลูกข้าว 9,999,450 ไร่ แยกเป็นข้าวอายุน้อยกว่าจำนวน 40 วัน 1,707,659 ไร่ อายุ 40 ถึง 60 วัน จำนวน 2,562,218 ไร่ และอายุข้าวมากกว่า 60 วัน จำนวน 5,729,573 ไร่ สถานการณ์ศัตรูข้าว ในสัปดาห์นี้

            เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล1  พบการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในข้าวอายุ 40 ถึง 60 วัน จำนวน 647 ไร่ และข้าวอายุมากกว่า 60 วัน จำนวน 270 ไร่ รวมพื้นที่ระบาด 917 ไร่ (สัปดาห์ที่ผ่านมา 125 ไร่) พื้นที่การระบาดเพิ่มขึ้น 792 ไร่ ได้แก่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา สุโขทัย และจังหวัดพิจิตร

          แมลงบั่ว2 พบการระบาดของแมลงบั่วในข้าวอายุน้อยกว่า 40 วัน จำนวน 5,398 ไร่ ข้าวอายุ 40 ถึง 60 วัน จำนวน 148,991 ไร่ และข้าวอายุมากกว่า 60 วัน จำนวน 45,177 ไร่ รวมพื้นที่การระบาด 199,566 ไร่
(สัปดาห์ที่ผ่านมา 126,549 ไร่) พื้นที่ระบาดเพิ่มขึ้น 73,017 ไร่ ได้แก่ จังหวัดกรุงเทพมหานคร นนทบุรี สิงห์บุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี พิษณุโลก และจังหวัดพิจิตร

          โรคไหม้ข้าว3  พบการระบาดของโรคไหม้ข้าวในระดับรุนแรง จำนวน 1,340 ไร่ ระดับไม่รุนแรง 554 ไร่ รวมพื้นที่การระบาด 1,894 ไร่ (สัปดาห์ที่ผ่านมา 2,046 ไร่) พื้นที่ระบาดลดลง 152 ไร่ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร พิจิตร และจังหวัดปราจีนบุรี

          โรคขอบใบแห้งข้าว4 พบการระบาดโรคขอบใบแห้งข้าวในระดับไม่รุนแรง จำนวน 100 ไร่ รวมพื้นที่ระบาด 100 ไร่ (สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่พบการระบาด) พื้นที่ระบาดเพิ่มขึ้น 100 ไร่ ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา 

2. คำแนะนำในการควบคุมการระบาด

2.1 เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล

                    1. ปลูกข้าวพันธุ์ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เช่น กข 6 กข 31 กข 41 กข 47 สุพรรณบุรี 2 สุพรรณบุรี 3สุพรรณบุรี 90 พิษณุโลก 2 เป็นต้น และไม่ควรปลูกพันธุ์เดียวติดต่อกันเกิน 4 ฤดูปลูก ควรปลูกสลับกันระหว่างพันธุ์

ต้านทานสูงกับพันธุ์ทนทานหรือพันธุ์อ่อนแอปานกลาง โดยพิจารณาอายุเก็บเกี่ยวให้ใกล้เคียงกัน เพื่อลดความเสียหายเมื่อเกิดการระบาดรุนแรง

                 2. ในพื้นที่ที่มีการระบาด ที่สามารถควบคุมระดับน้ำในนาได้ หลังปักดำหรือหว่าน 2 - 3 สัปดาห์ จนถึงระยะตั้งท้อง ควบคุมน้ำในแปลงนาให้พื้นดินพอเปียก หรือมีน้ำเรี่ยผิวดินนาน 7 - 10 วัน แล้วปล่อยขังทิ้งไว้ให้แห้งเองสลับกันไป จะช่วยลดการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล

                3. สำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อนำองค์ประกอบต่าง ๆ ของระบบนิเวศในแปลงนามาวิเคราะห์และตัดสินใจด้วยตนเองในการจัดการแปลงนา จากสถานการณ์จริง

                4. ใช้เชื้อราบิวเวอเรีย (เชื้อสด) อัตรา 1 กิโลกรัม (2 ถุง) ต่อน้ำ 20 ลิตร ควรพ่นในบริเวณที่พบในช่วงเช้า หรือช่วงเย็น

                5. ในกรณีที่จำเป็นต้องสารเคมีในการกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลแนะนำให้ใช้สารเคมี ดังนี้

                       1) ข้าวระยะกล้าถึงแตกกอ (อายุ 30 - 45 วัน)

                         - บูโพรเฟซิน 25 % WP 10 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

                          - บูโพรเฟซิน 10 % WP 25 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

                         - บูโพรเฟซิน 5 % WP + ไอโซโปรคาร์บ 20 % WP 50 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

                       2) ข้าวระยะแตกกอเต็มที่

                          - อีโทเฟนพร็อกซ์ 10 % EC 20 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร

                          - อีโทเฟนพร็อกซ์ 5 % EC 40 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร

                          - คาร์โบซัลเฟน 20 % EC 110 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร

                          - ฟีโนบูคาร์บ 50 % EC 60 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร

                          - ไฮโซโปรคาร์บ 50 % WP 60 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

                     3) ข้าวระยะตั้งท้องถึงออกรวง

                          - ไดโนทีฟูแรน 10 % WP 15 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

                          - ไทอะมิโทแซม 25 % WG 2 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

                          - โคลไทอะนิดิน 16 % 6-9 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

                          - อิมิดาโคลพริด 10 % SL 15 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร

                          - อีทีโพรล 10 % SC 50 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร

2.2 แมลงบั่ว*

           1. กำจัดพืชอาศัยรอบๆ แปลงนา ก่อนตกกล้าหรือหว่านข้าว เช่น หญ้าข้าวนก หญ้าไซ หญ้าแดง หญ้าชันกาด หญ้านกสีชมพู หญ้าปล้องหิน และหญ้าตีนติด

           2. หากพบต้นข้าวเป็นหลอดบั่วมากกว่า 10 เปอร์เซนต์ ไม่แนะนำให้ใช้สารฆ่าแมลงใดๆ เนื่องจากไม่คุ้มค่ากับการลงทุนและยังทำลายศัตรูธรรมชาติ เช่น ไรตัวห้ำทำลายไข่ แมลงบั่ว และแตนเบียนหนอน Platygasterid Eupelmid และ Pteromid เป็นต้น

            3. ใช้กับดักแสงไฟ และเครื่องดูดแมลงเพื่อดักจับตัวเต็มวัยที่มาเล่นแสงไฟในเวลากลางคืน

            4. ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรหมั่นสำรวจแปลงนาอย่างสม่ำเสมอ หากพบจำนวนไม่มากให้ถอนต้นเป็นหลอดออกจากแปลงนาไปทำลาย

           5. ไม่ควรปลูกโดยวิธีหว่านหรือปักดำถี่ ในพื้นที่ที่มีการระบาดของแมลงบั่วเป็นประจำ

2.3 โรคไหม้ข้าว*

             1. สำรวจแปลงนาอย่างสม่ำเสมอถ้าพบอาการของโรคไหม้ข้าวควรให้ปฏิบัติดังนี้

                     1) พ่นด้วยเชื้อบีเอส (บาซิลลัส ซับทีลิส) อัตราตามคำแนะนำในฉลาก

                     2) พ่นด้วยเชื้อราไตรโครเดอร์มา อัตรา 1 กิโลกรัม ต่อน้ำ 200 ลิตร

             2. ถ้ามีความจำเป็นให้ใช้สารเคมีพ่นเฉพาะจุดที่พบการระบาดเพื่อควบคุมไม่ให้เชื้อราแพร่ขยายวงกว้างออกไป สำหรับสารเคมีที่ใช้  ได้แก่

                      1) อิดิเฟนฟอส 50 เปอร์เซ็นต์ อีซี อัตรา 20 - 25 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร

                      2) บลาสติซิดิน เอส2 เปอร์เซ็นต์ อีซี อัตรา 20 - 25 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร

                      3) ไตรไซคราโซล 75 เปอร์เซ็นต์ ดับบลิวพี อัตรา 10 - 16 กรัม ผสมน้ำ 20 ลิตร

           *** ควรพ่นในแปลงข้าวที่มีประวัติว่าเคยเกิดการระบาดของโรคมาก่อน การใช้สารเคมีพ่นซ้ำกันหลายครั้ง
เชื้อราจะต้านทานสารเคมีหรือดื้อยา ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อราต้านทานสารเคมี จึงควรเลือกใช้สารเคมีสลับกลุ่มกันพ่น ทั้งนี้ในการใช้สารเคมีควรใช้ด้วยความระมัดระวัง และคำนึงถึงความปลอดภัยต่อตัวผู้ใช้และสภาพแวดล้อม

             3. หว่านเมล็ดพันธุ์ในอัตราที่เหมาะสม 15 - 20 กิโลกรัม ต่อ ไร่ ควรแบ่งแปลงให้มีการถ่ายเทอากาศได้ดี

             4. คลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น ไตรไซคลาโซล คาซูกามัยซิน คาร์เบนดาซิมโพรคลอราซ อัตราตามคำแนะนำในฉลาก

Download ดาวน์โหลดเอกสาร

Update Date : บันทึกเมื่อ : 26/05/2560