ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๔๗ ประจำวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๑ โรครากเน่าโคนเน่าไม้ผล


ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๔๗ ประจำวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๑
โรครากเน่าโคนเน่าไม้ผล

            เตือนเกษตรกรผู้ปลูกไม้ผลในทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะไม้ผลในแถบภาคตะวันออก และภาคใต้ซึ่งอยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต ประกอบกับข้อมูลจากแปลงติดตามสถานการณ์ศัตรูไม้ผล เริ่มพบการเข้าทำลายของโรครากเน่าโคนเน่าในหลายพื้นที่ และด้วยสภาพอากาศในช่วงฤดูฝนที่มีความชื้นสูง ปริมาณฝนค่อนข้างมาก
ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การทำลายของโรครากเน่าโคนเน่าในไม้ผลเพิ่มขึ้น ดังนั้น ขอให้เกษตรกรชาวสวนผลไม้สำรวจสวนไม้ผลอย่างสม่ำเสมอ หากพบอาการของโรคให้รีบแจ้งสำนักงานเกษตรอำเภอ หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดเพื่อกำหนดแนวทางการควบคุม และดำเนินการป้องกันกำจัดทันที

เชื้อสาเหตุ เชื้อรา Phytophthora palmivora    ในทุเรียน
                      เชื้อรา Phytophthora parasitica     ในพืชตระกูลส้ม

ลักษณะอาการ
           
บริเวณโคนต้นเปลือกจะปริแตก ทำความเสียหายกับระบบรากทำให้รากเน่า บริเวณโคนต้นมียางไหลในสภาพที่อากาศชื้น เมื่อใช้มีดตัดหรือถากที่เปลือกบริเวณ
ที่เป็นโรคจะเห็นเป็นสีน้ำตาลแดงถึงสีดำแสดงอาการใบเหลืองซีดลู่ลง กิ่งบางกิ่งเริ่มแห้งตาย และผลหลุดร่วง

การแพร่กระจาย
           
เชื้อราสาเหตุโรคถูกชะล้างโดยน้ำฝนและไหลตามกระแสน้ำ หรือเชื้อราถูกพัดพาโดยกระแสลม หรือเชื้อราอาจติดไปกับดิน น้ำ ซากหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของพืช
ที่เป็นโรค

กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้
           
๑. สำรวจสวนผลไม้อย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
           ๒. บำรุงต้นให้สมบูรณ์แข็งแรง ตัดแต่งกิ่ง หรือลำต้นที่เป็นโรคไปเผาทำลาย
           ๓. ปรับปรุงสภาพดิน โดยใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ทำร่องระบายน้ำในสวนที่เป็นพื้นที่ต่ำ เพื่อป้องกันน้ำขังภายในสวน
           ๔. ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่าหว่านในพื้นที่รัศมีทรงพุ่มที่มีรากฝอยอยู่ หรือใช้รองก้นหลุมก่อนปลูก
           ๕. ในกรณีที่เป็นไม่มากให้ขูดผิวเปลือกบริเวณที่เป็นโรคออกแล้วทาด้วยเชื้อ Bacillus subtilis สายพันธุ์ N5102 อัตรา ๒๐๐ กรัม ต่อนํ้า ๑๐๐ มิลลิลิตร และผสมสารจับใบ สัปดาห์ละ ๑ ครั้ง โดยทา๓ - ๔ ครั้ง
           ๖. เมื่อพบโรคให้ขูดผิวเปลือกบริเวณที่เป็นโรคออก แล้วทาแผลด้วยปูนแดง หรือสารเคมีป้องกันกำจัดโรคพืช เช่น
                      - เมทาแลกซิล ๒๕% ดับเบิลยูพี อัตรา ๓๐ - ๕๐ กรัมต่อน้ำ ๒๐ ลิตร หรือ
                      - ฟอสอีทิล – อะลูมิเนียม ๘๐% ดับเบิลยูพี อัตรา ๓๐ - ๕๐ กรัมต่อน้ำ ๒๐ ลิตร
                      - ฟอสโฟนิก แอซิด ๔๐% เอสแอล ผสมน้ำสะอาด อัตรา ๑ : ๑ ฉีดเข้าลำต้น

 

 

ที่มา  :   สำนักพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตร  กรมส่งเสริมการเกษตร

ที่ปรึกษา      :  นางจิระนุช  ชาญณรงค์กุล  ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย
                         
นางสาวสุมนา  สิมาสฤษฏ์  ผู้อำนวยการกลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช

เรียบเรียงโดย :  นางสาวเบญจมาภรณ์  ชุ่มจิตร  นักวิชาการเกษตรชำนาญการ
                            
กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย

Download ดาวน์โหลดเอกสาร

Update Date : บันทึกเมื่อ : 02/06/2561