ปีที่ ๑๕ ฉบับที่ ๑๑๘ ประจำวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๐ โรคใบจุดพืชผัก


ปีที่ ๑๕ ฉบับที่ ๑๑๘ ประจำวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๐
โรคใบจุดพืชผัก (Alternaria Leaf Spot Disease)

            เตือนเกษตรกรที่ปลูกผักในทุกภาคของประเทศไทย เนื่องจากในช่วงนี้สภาพอากาศร้อนชื้น และฝนตกชุกในหลายพื้นที่ซึ่งเหมาะต่อการระบาดของโรคใบจุดที่เกิดจากเชื้อราอัลเทอร์นาเรีย ดังนั้น เกษตรกรควรหมั่นสำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ เมื่อเริ่มพบจุดแผลเล็กๆ สีน้ำตาล ให้เตรียมการป้องกัน หรือขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้าน เพื่อหาแนวทางควบคุม และป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง

เชื้อสาเหตุ  :  เชื้อรา Alternaria brassicae
                          A. brassicicola

ลักษณะอาการ
            อาการของโรคเกิดขึ้นได้กับทุกส่วนของพืชผัก และทุกระยะการเจริญเติบโต ตั้งแต่ต้นอ่อนถึงระยะเก็บเกี่ยว อาการที่เกิดกับต้นกล้าอาจเกิดเป็นจุดแผลเล็กบนใบ หรือโคนต้นคล้ายอาการ damping-off  ซึ่งหากเชื้อเข้าทำลายตั้งแต่ระยะกล้านี้จะกระทบต่อการเจริญเติบโต สำหรับต้นโตจะพบแผลจุดสีน้ำตาล เป็นวงซ้อนกันบนใบ โดยเริ่มจากจุดเซลล์ตายเล็กๆ สีเหลืองขึ้นก่อน ต่อมาจะค่อยขยายโตขึ้นเป็นสีน้ำตาล เมื่อแผลแห้งจะเกิดจุดเล็กๆ สีน้ำตาลเข้มหรือดำ ขึ้นเป็นวงค่อนข้างกลมเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ (concentric circle) จุดสีดำดังกล่าว คือกลุ่มของสปอร์หรือส่วนขยายพันธุ์ของเชื้อราที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการแพร่กระจาย ขนาดของแผลก็มีต่างๆ กัน ตั้งแต่เป็นจุดเล็กๆ ไปถึงขนาดใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลาง 2-3 นิ้ว ขึ้นอยู่กับความรุนแรง และส่วนหรือชนิดของพืชที่ถูกเชื้อเข้าทำลายบริเวณแผลจะมีเส้นใยสีขาวและสปอร์สีเข้มของเชื้อสาเหตุโรค

การแพร่ระบาด
            สปอร์ของเชื้อสาเหตุสามารถปลิวไปตามน้ำ ลม ติดไปกับ แมลง สัตว์ เครื่องมือการเกษตร มนุษย์ และรวมถึงเมล็ดพันธุ์ ได้ หรืออาศัยอยู่กับวัชพืชในแปลง โดยสภาพที่เหมาะต่อการเกิดโรค คือ ความชื้นสูง สภาพอากาศร้อนชื้น โดยเฉพาะในฤดูฝน อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 25-30 องศาเซลเซียส

กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้
            ๑. ทำลายต้นเป็นโรคโดยการขุดถอนไปเผาทิ้ง
            ๒. ปลูกพืชหมุนเวียน
            ๓. ไม่ควรให้น้ำแบบพ่นฝอย
            ๔. แช่เมล็ดในน้ำร้อน ๕๐ องศาเซลเซียส นาน ๓๐ นาที (ยกเว้นกะหล่ำดอก) คลุกด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืชก่อนปลูก
            ๕. กำจัดทำลายวัชพืชพวกผักต่างๆ อย่าให้มีอยู่บริเวณไร่หรือแปลงปลูกรวมทั้งพวกที่จะงอกขึ้นมาเองจากเมล็ดที่ร่วงหล่นอยู่ตามดิน
            ๖. หมั่นตรวจสอบแปลง หากพบอาการของโรคให้ใช้สารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น
                  - แมนโคเซ็บ (mancozeb) หรือไดเทนเอ็ม ๔๕ (dithane M-๔๕) อัตรา ๔๐ กรัมต่อน้ำ ๒๐ ลิตร
                  - มาเน็บ (maneb) ซีเน็บ (zineb) และเฟอร์แบม (ferbam) อัตรา ๕๐ กรัมต่อน้ำ ๒๐ ลิตร ทุกๆ ๕ - ๗ วัน และไม่ควรใช้สารเคมีกลุ่ม เบนโนมิล และกำมะถัน
            ๗. ควรใช้สารชีวภัณฑ์ เช่น ไตรโครเดอร์ม่า อย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันการเกิดโรครุนแรง

 

 

ที่มา  :  ภาควิชาโรคพืช คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
เรียบเรียงโดย  : กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช  กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย

Update Date : บันทึกเมื่อ : 13/09/2560