ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๔๒ ประจำวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๑ โรคแอนแทรคโนสพริก


ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๔๒ ประจำวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๑
โรคแอนแทรคโนสพริก (Anthracnose Disease)

 

            เตือนเกษตรกรที่ปลูกพริกเฝ้าระวังโรคแอนแทรคโนสระบาด หรือเรียกอีกชื่อว่า “โรคกุ้งแห้ง” มักพบในพริกหลายสายพันธุ์ เช่น พริกมันแดง พริกบางช้าง พริกเหลือง พริกหนุ่ม ฯลฯ ทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะเขตภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก เนื่องจากมีฝนตกต่อเนื่องในบางพื้นที่ทำให้เกิดความชื้นสูง ประกอบกับอุณหภูมิอยู่ระหว่าง ๒๕ - ๓๐ องศาเซลเซียส เหมาะสมสำหรับเชื้อราสาเหตุเจริญเติบโตและแพร่ระบาด ทำลายพริกไดทุกระยะการเจริญเติบโต ดังนั้น เกษตรกรควรหมั่นสำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ เมื่อเริ่มพบเกิดรอยช้ำเป็นแอ่งยุบลงไปกลายเป็นแผลสีน้ำตาล รูปร่างกลมรีขนาดใหญ่มีจุดเล็กๆ สีดำ เรียงซ้อนกันเป็นวงอาการของกลุ่มผงสปอร์สีชมพูหรือสีครีมอ่อนๆ บริเวณใบหรือผลพริก ให้รีบเตรียมการป้องกัน หรือขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัด เพื่อหาทางควบคุมป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง

เชื้อสาเหตุ  :  เชื้อรา Colletotrichum capsici
                           Colletotrichum gloeosporioides

ลักษณะอาการ
            โรคนี้จะพบมากในพริกชี้ฟ้า พริกหวาน มากกว่าพริกขี้หนู และจะปรากฏอาการในพริกที่เริ่มสุก ผลพริกจะมีจุดช้ำน้ำ แผลบุ๋มลึกลงไปเล็กน้อย ต่อมาแผลขยายเป็นวงกลมหรือวงรีเป็นวงซ้อนกันเป็นชั้นๆ เมื่อมีความชื้นสูงจะเห็นเป็นเมือกเยิ้มสีส้มอ่อนในบริเวณแผล ผลพริกที่เป็นโรคนี้เมื่อนำไปตากแห้งจะเป็นสีเหลืองซีด โรคนี้ติดไปกับเมล็ดพันธุ์ได้ ถ้าเป็นในระยะที่ยังไม่ออกผลจะไม่ได้ผลผลิตเลย ถ้ากำลังให้ผลผลิตก็ได้ผลพริกที่ไม่สมบูรณ์ ถ้าเกิดโรคที่ก้านใบและก้านผลจะทำให้ใบและผลร่วง

การแพร่ระบาด
            โรคนี้มักระบาดมากในฤดูฝน หรือในสภาพความชื้นสัมพัทธ์สูงกว่า ๙๕% และอุณหภูมิ ระหว่าง ๒๗ - ๓๒ องศาเซลเซียส สปอร์ของเชื้อราปลิวไปตามลม หรือลอยไปกับน้ำในเวลาฝนตก หรือรดน้ำ บางทีอาจติดไปกับพวกแมลงต่างๆ ที่อยู่ภายในแปลงพริก

กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้
            ๑. เลือกใช้เมล็ดพันธุ์จากต้นที่ไม่เป็นโรคหรือคลุกเมล็ดพันธุ์ก่อนปลูกด้วยสารเคมีป้องกันกำจัดโรคพืช เช่น แมนโคเซบก่อนหว่าน หรือแช่เมล็ดในน้ำอุ่น ๕๐ องศาเซลเซียส เป็นเวลา ๒๐ นาที หรือคลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยเชื้อราไตรโคเดอร์มา 
           ๒. ไม่ปลูกต้นพริกแน่นเกินไป ทำให้มีความชื้นในแปลงสูง และโรคจะระบาดได้ง่ายและรวดเร็ว
            ๓. หลังจากเก็บพริกจากต้นแล้วและอยู่ในระหว่างการขนส่ง ควรเก็บไว้ในที่เย็นภายใต้อุณหภูมิคงที่
            ๔. หมั่นตรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ หากพบโรค ทำลายต้นพืชที่เป็นโรค โดยการถอนไปเผาทิ้งแล้ว เพื่อลดปริมาณของเชื้อสาเหตุในฤดูปลูกต่อไป
            ๕. พ่นสารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อรา พ่นทุกๆ ๗ – ๑๐ วัน ต่อครั้ง ในระยะออกดอกจนถึงระยะตัดผล เช่น แมนโคเซบ โพรคลอราช ไดฟีโนโคนาโซล อะซ็อกซี่สโตรฟิน คลอโรไทโรนิล คอปเปอร์ไฮดรอกไซด์

 

 

ที่มา  :   คู่มือศัตรูพริก สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร
           ภาควิชาโรคพืช คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ที่ปรึกษา      :  นางจิระนุช  ชาญณรงค์กุล  ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย
                    นางสาวสุมนา  สิมาสฤษฏ์  ผู้อำนวยการกลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช

เรียบเรียงโดย :  นางสาวเบญจมาภรณ์  ชุ่มจิตร  นักวิชาการเกษตรชำนาญการ    กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย

Download ดาวน์โหลดเอกสาร

Update Date : บันทึกเมื่อ : 04/05/2561