สถานการณ์การระบาดศัตรูข้าว วันที่ ๕ เมษายน ๒๕๖๐


1. สถานการณ์ศัตรูข้าว

          พื้นที่ปลูกตามรายงานของสำนักงานเกษตรจังหวัด ณ วันที่ 5 เมษายน 2560 จำนวน 65 จังหวัด มีพื้นที่ปลูกข้าว 8,436,382 ไร่ แยกเป็นข้าวอายุน้อยกว่าจำนวน 40 วัน 1,174,477 ไร่ อายุ 40 ถึง 60 วัน จำนวน 1,327,813 ไร่ และอายุข้าวมากกว่า 60 วัน จำนวน 5,934,092 ไร่ สถานการณ์ศัตรูข้าว ในสัปดาห์นี้

            เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล  พบการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในข้าวอายุน้อยกว่า 40 วัน จำนวน 25 ไร่ ข้าวอายุ 40 ถึง 60 วัน จำนวน 26 ไร่ และข้าวอายุมากกว่า 60 วัน จำนวน 557 ไร่ รวมพื้นที่ระบาด 608 ไร่ (สัปดาห์ที่ผ่านมา 294 ไร่) พื้นที่ระบาดเพิ่มขึ้น 314 ไร่ จังหวัดที่มีการระบาด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดนครปฐมพระนครศรีอยุธยา ลพบุรี อุตรดิตถ์ และจังหวัดพิจิตร

          แมลงบั่ว พบการระบาดของแมลงบั่วในข้าวอายุน้อยกว่า 40 วัน จำนวน 4,986 ไร่ ข้าวอายุ 40 ถึง 60 วัน จำนวน 16,089 ไร่ และข้าวอายุมากกว่า 60 วัน จำนวน 46,563 ไร่ รวมพื้นที่การระบาด 67,638 ไร่ (สัปดาห์ที่ผ่านมา 102,862 ไร่) พื้นที่ระบาดลดลง 35,224 ไร่ จังหวัดที่มีการระบาด ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี สระบุรี สุพรรณบุรี อุตรดิตถ์ นครสวรรค์ อุทัยธานี สุโขทัย พิษณุโลก และจังหวัดพิจิตร

          โรคไหม้ข้าว  พบการระบาดของโรคไหม้ข้าวในระดับรุนแรง จำนวน 2,300 ไร่ รวมพื้นที่การระบาด 2,300 ไร่ (สัปดาห์ที่ผ่านมา 2,613 ไร่) พื้นที่ระบาดลดลง 313 ไร่ จังหวัดที่มีการระบาด ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก

          โรคขอบใบแห้งข้าว ไม่พบการระบาดโรคขอบใบแห้งข้าว

2. คำแนะนำในการควบคุมการระบาด

2.1 เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล

                    1. ปลูกข้าวพันธุ์ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เช่น กข 6 กข 31 กข 41 กข 47 สุพรรณบุรี 2 สุพรรณบุรี 3สุพรรณบุรี 90 พิษณุโลก 2 เป็นต้น และไม่ควรปลูกพันธุ์เดียวติดต่อกันเกิน 4 ฤดูปลูก ควรปลูกสลับกันระหว่างพันธุ์

ต้านทานสูงกับพันธุ์ทนทานหรือพันธุ์อ่อนแอปานกลาง โดยพิจารณาอายุเก็บเกี่ยวให้ใกล้เคียงกัน เพื่อลดความเสียหายเมื่อเกิดการระบาดรุนแรง

                 2. ในพื้นที่ที่มีการระบาด ที่สามารถควบคุมระดับน้ำในนาได้ หลังปักดำหรือหว่าน 2 - 3 สัปดาห์ จนถึงระยะตั้งท้อง ควบคุมน้ำในแปลงนาให้พื้นดินพอเปียก หรือมีน้ำเรี่ยผิวดินนาน 7 - 10 วัน แล้วปล่อยขังทิ้งไว้ให้แห้งเองสลับกันไป จะช่วยลดการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล

                3. สำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อนำองค์ประกอบต่าง ๆ ของระบบนิเวศในแปลงนามาวิเคราะห์และตัดสินใจด้วยตนเองในการจัดการแปลงนา จากสถานการณ์จริง

                4. ใช้เชื้อราบิวเวอเรีย (เชื้อสด) อัตรา 1 กิโลกรัม (2 ถุง) ต่อน้ำ 20 ลิตร ควรพ่นในบริเวณที่พบในช่วงเช้า หรือช่วงเย็น

                5. ในกรณีที่จำเป็นต้องสารเคมีในการกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลแนะนำให้ใช้สารเคมี ดังนี้

                       1) ข้าวระยะกล้าถึงแตกกอ (อายุ 30 - 45 วัน)

                         - บูโพรเฟซิน 25 % WP 10 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

                          - บูโพรเฟซิน 10 % WP 25 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

                         - บูโพรเฟซิน 5 % WP + ไอโซโปรคาร์บ 20 % WP 50 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

                       2) ข้าวระยะแตกกอเต็มที่

                          - อีโทเฟนพร็อกซ์ 10 % EC 20 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร

                          - อีโทเฟนพร็อกซ์ 5 % EC 40 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร

                          - คาร์โบซัลเฟน 20 % EC 110 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร

                          - ฟีโนบูคาร์บ 50 % EC 60 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร

                          - ไฮโซโปรคาร์บ 50 % WP 60 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

                     3) ข้าวระยะตั้งท้องถึงออกรวง

                          - ไดโนทีฟูแรน 10 % WP 15 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

                          - ไทอะมิโทแซม 25 % WG 2 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

                          - โคลไทอะนิดิน 16 % 6-9 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

                          - อิมิดาโคลพริด 10 % SL 15 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร

                          - อีทีโพรล 10 % SC 50 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร

2.2 แมลงบั่ว*

           1. กำจัดพืชอาศัยรอบๆ แปลงนา ก่อนตกกล้าหรือหว่านข้าว เช่น หญ้าข้าวนก หญ้าไซ หญ้าแดง หญ้าชันกาด หญ้านกสีชมพู หญ้าปล้องหิน และหญ้าตีนติด

           2. หากพบต้นข้าวเป็นหลอดบั่วมากกว่า 10 เปอร์เซนต์ ไม่แนะนำให้ใช้สารฆ่าแมลงใดๆ เนื่องจากไม่คุ้มค่ากับการลงทุนและยังทำลายศัตรูธรรมชาติ เช่น ไรตัวห้ำทำลายไข่ แมลงบั่ว และแตนเบียนหนอน Platygasterid Eupelmid และ Pteromid เป็นต้น

            3. ใช้กับดักแสงไฟ และเครื่องดูดแมลงเพื่อดักจับตัวเต็มวัยที่มาเล่นแสงไฟในเวลากลางคืน

            4. ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรหมั่นสำรวจแปลงนาอย่างสม่ำเสมอ หากพบจำนวนไม่มากให้ถอนต้นเป็นหลอดออกจากแปลงนาไปทำลาย

           5. ไม่ควรปลูกโดยวิธีหว่านหรือปักดำถี่ ในพื้นที่ที่มีการระบาดของแมลงบั่วเป็นประจำ

2.3 โรคไหม้ข้าว*

             1. สำรวจแปลงนาอย่างสม่ำเสมอถ้าพบอาการของโรคไหม้ข้าวควรให้ปฏิบัติดังนี้

                     1) พ่นด้วยเชื้อบีเอส (บาซิลลัส ซับทีลิส) อัตราตามคำแนะนำในฉลาก

                     2) พ่นด้วยเชื้อราไตรโครเดอร์มา อัตรา 1 กิโลกรัม ต่อน้ำ 200 ลิตร

             2. ถ้ามีความจำเป็นให้ใช้สารเคมีพ่นเฉพาะจุดที่พบการระบาดเพื่อควบคุมไม่ให้เชื้อราแพร่ขยายวงกว้างออกไป สำหรับสารเคมีที่ใช้  ได้แก่

                      1) อิดิเฟนฟอส 50 เปอร์เซ็นต์ อีซี อัตรา 20 - 25 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร

                      2) บลาสติซิดิน เอส2 เปอร์เซ็นต์ อีซี อัตรา 20 - 25 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร

                      3) ไตรไซคราโซล 75 เปอร์เซ็นต์ ดับบลิวพี อัตรา 10 - 16 กรัม ผสมน้ำ 20 ลิตร

           *** ควรพ่นในแปลงข้าวที่มีประวัติว่าเคยเกิดการระบาดของโรคมาก่อน การใช้สารเคมีพ่นซ้ำกันหลายครั้ง
เชื้อราจะต้านทานสารเคมีหรือดื้อยา ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อราต้านทานสารเคมี จึงควรเลือกใช้สารเคมีสลับกลุ่มกันพ่น ทั้งนี้ในการใช้สารเคมีควรใช้ด้วยความระมัดระวัง และคำนึงถึงความปลอดภัยต่อตัวผู้ใช้และสภาพแวดล้อม

             3. หว่านเมล็ดพันธุ์ในอัตราที่เหมาะสม 15 - 20 กิโลกรัม ต่อ ไร่ ควรแบ่งแปลงให้มีการถ่ายเทอากาศได้ดี

             4. คลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น ไตรไซคลาโซล คาซูกามัยซิน คาร์เบนดาซิมโพรคลอราซ อัตราตามคำแนะนำในฉลาก

Download ดาวน์โหลดเอกสาร

Update Date : บันทึกเมื่อ : 26/05/2560