ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๑๑ ประจำวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ ไรแดงมันสำปะหลัง


ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๑๑ ประจำวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑
ไรแดงมันสำปะหลัง

            เตือนเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังในทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ที่มันสำปะหลังอยู่ในช่วงอายุ ๑ - ๓ เดือน หรือเริ่มปลูกใหม่ เนื่องจากในช่วงนี้หลายพื้นที่สภาพอากาศแห้ง หนาวเย็นกับมีลมแรง และปริมาณฝนเริ่มลดลง ประกอบกับอุณหภูมิจะเริ่มสูงขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ สภาพอากาศเช่นนี้เหมาะต่อการระบาดของไรแดงมันสำปะหลัง และจากข้อมูลแปลงติดตามสถานการณ์ศัตรูพืชเริ่มพบไรแดงในหลายพื้นที่ ดังนั้น เกษตรกรควรหมั่นสำรวจแปลงมันสำปะหลังอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบการอาการใบมันสำปะหลังมีสีซีด เป็นจุดด่างซีด เมื่อพลิกด้านใต้ใบจะพบไรแดง ให้รีบแจ้งสำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัดเพื่อดำเนินการควบคุม และหาทางป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง

ชื่อวิทยาศาสตร์  :   ไรแดงหม่อน           Teranychus truncatus Ehara
                          ไรแดงมันสำปะหลัง   Oligonychus biharensis Hirst

วงศ์  :   Tetranychidae

อันดับ  :   Acariformes

รูปร่างลักษณะ
            ไรแดงเป็นแมลงประเป็นปากดูด อยู่รวมเป็นกลุ่มตามใต้ใบพืช ตัวเมียขยายพันธุ์โดยไม่ต้องผสมพันธุ์ (Parthenogenesis) ขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว ชีพจักรสั้น ตัวเมียวางไข่ได้ ๔ - ๑๓ ฟอง วางไข่เป็นฟองเดี่ยว ระยะไข่ ๔ - ๕ วัน ตัวอ่อนมี ๓ ระยะ ระยะแรกมี ๖ ขา ระยะที่ ๒ - ๓ มี ๘ ขา รวมอายุ ๖ - ๑๐ วัน ตัวเต็มวัย มี ๘ ขา อายุประมาณ ๑๕ วัน ปกติไรแดงจะไม่ค่อยเคลื่อนไหว

ลักษณะการทำลาย
            ไรแดงที่เข้าทำลายมันสำปะหลังมีอยู่ ๒ ชนิด คือ ไรแดงหม่อน และไรแดงมันสำปะหลัง โดย
                   ไรแดงหม่อน ดูดกินน้ำเลี้ยงตามใต้ใบจากส่วนใบล่างและขยายปริมาณขึ้นส่วนยอด
                   ไรแดงมันสำปะหลัง ดูดกินน้ำเลี้ยงบนหลังใบของส่วนยอดและขยายปริมาณลงสู่ใบส่วนล่างทำให้ตาลีบ ใบเหลืองขีด ม้วนงอ และร่วง มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของมันสำปะหลัง ถ้าการระบาดเกิดขึ้นในมันที่ยังเล็ก อาจทำให้ต้นมันสำปะหลังตายหรือทำให้การสร้างหัวของมันสำปะหลังลดลง

กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้
            ๑. อนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติ เช่น ด้วงเต่า ด้วงปีกสั้น และไรตัวห้ำ
            ๒. หลีกเลี่ยงการปลูกมันสำปะหลังในช่วงฤดูแล้ง หรือฝนทิ้งช่วงเป็นระยะเวลานาน
            ๓. หมั่นสำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ หากพบเก็บไปเผาทำลายนอกแปลง
            ๔. เฉพาะกรณีจำเป็นต้องใช้สารเคมีอามีทาซ ๒๐% อีซี อัตรา ๔๐ มิลลิลิตรต่อน้ำ ๒๐ ลิตร ให้พ่นเฉพาะบริเวณที่มีไรแดงทำลาย และไม่ควรพ่นสารเคมีซ้ำเกิน ๒ ครั้ง

 

ที่มา  :  ๑. กรมวิชาการเกษตร
          ๒. กรมส่งเสริมการเกษตร
เรียบเรียงโดย  :  กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย

Download ดาวน์โหลดเอกสาร

Update Date : บันทึกเมื่อ : 09/02/2561