ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๖๐ ประจำวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๑ หนอนหัวดำมะพร้าว


ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๖๐ ประจำวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๑
หนอนหัวดำมะพร้าว

             เตือนเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวและปาล์มน้ำมันในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สุราษฏร์ธานี สมุทรสาคร ชลบุรี และจังหวัดใกล้เคียง ระวังการระบาดของหนอนหัวดำมะพร้าว เนื่องจากฝนเริ่มตกน้อยลงสภาพเหมาะต่อการระบาดของหนอนหัวดำมะพร้าว ดังนั้น เกษตรกรควรหมั่นสำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ และขอสนับสนุนแตนเบียนบราคอนจากสำนักงานเกษตรจังหวัดหรือศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชมาปล่อยในสวนมะพร้าวหรือปาล์มน้ำมันอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมการระบาด

ชื่อวิทยาศาสตร์  Opisina arenosella

วงศ์   Oecophoridae

อันดับ    Lepidoptera

ลักษณะทั่วไปและการทำลาย
             ตัวเต็มวัยของหนอนหัวดำมะพร้าวเป็นผีเสื้อกลางคืน ขนาดลำตัววัดจากหัวถึงปลายท้องยาวประมาณ 1 - 1.2 เซนติเมตร ปีกสีเทาอ่อนมีจุดสีเทาเข้มที่ปลายปีก ลำตัวแบน ชอบเกาะนิ่งแนบตัวติดผิวพื้นที่เกาะ เวลากลางวันจะเกาะนิ่งหลบอยู่ใต้ใบมะพร้าว หรือในที่ร่ม ผีเสื้อเพศเมียมีขนาดใหญ่กว่าเพศผู้เล็กน้อย ผีเสื้อหนอนหัวดำมะพร้าวเพศเมียวางไข่ตัวละประมาณ 200 ฟอง ไข่มีลักษณะกลมรี แบน วางไข่เป็นกลุ่ม ไข่เมื่อวางใหม่ ๆ มีสีเหลืองอ่อน สีจะเข้มขึ้นเมื่อใกล้ฟัก ตัวหนอนเมื่อฟักออกจากไข่จะอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ก่อนที่จะย้ายเข้าไปกัดกินใบมะพร้าว ตัวหนอนที่ฟักใหม่ จะมีหัวสีดำ ลำตัวสีเหลือง สีของส่วนหัวจะเปลี่ยนเป็นสีน้าตาลเข้มเมื่ออายุมากขึ้น ลำตัวของตัวหนอนมีสี น้ำตาลอ่อนมีลายสีน้ำตาลเข้มพาดยาวตามลำตัว เมื่อโตเต็มที่จะยาว  ประมาณ 2 – 2.5 เซนติเมตร การทำลายเกิดในระยะตัวหนอนเท่านั้น โดยตัวหนอนจะถักใยดึงใบมะพร้าวมาเรียงติดกันเป็นแพ และสร้างอุโมงค์เป็นทางยาวอาศัยกัดกินใบอยู่ภายในอุโมงค์ ชอบทำลายใบแก่ เมื่อตัวหนอนโตเต็มที่แล้ว จะถักใยหุ้มลำตัวอีกครั้ง และเข้าดักแด้อยู่ภายในอุโมงค์  ดักแด้มีสีน้ำตาลเข้ม ดักแด้เพศผู้จะมีขนาด เล็กกว่าดักแด้เพศเมียเล็กน้อยตัวหนอนเมื่อฟักออกจากไข่ใหม่ จะอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม 1 - 2 วัน ก่อนจะย้ายไปกัดกินใบมะพร้าว มักจะพบหนอนหลายขนาดกัดกินอยู่ในใบมะพร้าวใบเดียวกัน หนอนจะสร้างใยผสมกับมูล ทำเป็นอุโมงค์และอาศัยอยู่ภายในอุโมงค์ หนอนทุกระยะจะแทะกินผิวใบ การทำลายส่วนใหญ่พบบน ใบแก่ ใบที่ถูกทำลายจะมีลักษณะแห้งเป็นสีน้ำตาล ใบย่อยแต่ละใบจะถูกดึงยึดเรียงกันเป็นแพ ลักษณะของผีเสื้อ ตัวหนอน ดักแด้

กรมส่งเสริมการเกษตรขอแนะนำวิธีการป้องกันและกำจัดดังนี้

             ๑. ตัดทางใบที่ถูกหนอนหัวดำทำลายมาเผา เพื่อทำลายหนอนหัวดำในระยะไข่ ระยะตัวหนอน และระยะดักแด้ โดยเกษตรกรต้องหมั่นเข้าไปสำรวจทางใบมะพร้าวถ้าพบมีการทำลายของหนอนหัวดำให้ตัดทางใบนั้นมาเผาทำลายทันที

             ๒. พ่นด้วยเชื้อบีที (Bacillus thuringiensis) พ่นหนอนที่ฟักออกมาจากไข่ใหม่ จานวน ๓ ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน ๗ - ๑๐ วัน อัตรา ๘๐ - ๑๐๐ ซีซี ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร ผสมด้วยสารจับใบ อัตราตามคำแนะนำในฉลาก ไม่ควรพ่นในขณะที่มีแสงแดดจัดเพราะจะทำให้เชื้อบีทีอ่อนแอ ควรพ่นช่วงเช้า ก่อนเวลา ๑๐.๐๐ น. หรือช่วงเย็นหลังเวลา ๑๖.๐๐ น. และต้องใช้เชื้อบีทีที่ได้รับการขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรแล้วเท่านั้น

             ๓. ปล่อยแตนเบียนไข่ทริโครแกรมมา (Trichogramma sp.) เพื่อควบคุมระยะไข่ของหนอนหัวดำ อัตราไร่ละ ๑๐ แผ่น แผ่นละ ๒,๐๐๐ ตัว โดยปล่อย ๑๒ ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน ๑๕ วัน

             ๔. ปล่อยแตนเบียนบราคอน (Bracon hebetor) เพื่อควบคุมระยะหนอน ของหนอนหัวดำ อัตราไร่ละ ๒๐๐ ตัว กระจายทั่วทั้งแปลง โดยปล่อย ๑๒ ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน ๑๕ วัน

             ๕. ใช้สารเคมีอิมาเม็กติน เบนโซเอท (emamectin benzoate) 1.92 % EC ฉีดเข้าลำต้น อัตรา ๓๐ มิลลิลิตรต่อต้น โดยการเจาะลำต้นมะพร้าวสูงจากพื้นดินประมาณ ๑ เมตร จำนวน ๒ รู ให้รูอยู่ตรงกันข้ามกัน ใช้ดอกสว่านขนาด ๔ - ๕ หุนเจาะลึก ๑๐ เซนติเมตร ใส่สารรูละ ๑๕ มิลลิลิตร แล้วใช้ดินน้ำมันอุดรูทันที

             ๖. กรณีมะพร้าวที่มีความสูงน้อยกว่า ๑๒ เมตร มะพร้าวน้ำหอม มะพร้าวกะทิ และมะพร้าวที่ทำน้ำตาลให้ใช้วิธีการพ่นสารทางใบ โดยเลือกใช้สารชนิดใดชนิดหนึ่งตามคำแนะนาของกรมวิชาการเกษตร ดังนี้

                        - ฟลูเบนไดเอไมด์ ๒๐% ดับบลิวจี อัตรา ๕ กรัมต่อน้ำ ๒๐ ลิตร
                        - คลอแรนทรานิลิโพรล ๕.๑๗% เอสจี อัตรา ๒๐ มิลลิลิตรต่อน้ำ ๒๐ ลิตร
                        - สปินโนแสด ๑๒% เอสจจี อัตรา ๒๐ มิลลิลิตรต่อน้ำ ๒๐ ลิตร
                        - ลูเฟนยูรอน ๕% อีซี อัตรา ๒๐ มิลลิลิตรต่อน้ำ ๒๐ ลิตร

***   ห้ามใช้กับมะพร้าวที่มีลำต้นสูงน้อยกว่า ๑๒ เมตร และไม่ให้ใช้ในมะพร้าวน้ำหอมและมะพร้าวกะทิ

 

ที่มา :  ๑. กรมวิชาการเกษตร
         ๒. กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตร

ที่ปรึกษา      :  นางจิระนุช  ชาญณรงค์กุล  ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย
    
                    นางสาวสุมนา  สิมาสฤษฏ์  ผู้อำนวยการกลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช

เรียบเรียงโดย :  นางสาวเบญจมาภรณ์  ชุ่มจิตร  นักวิชาการเกษตรชำนาญการ     กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย

Download ดาวน์โหลดเอกสาร

Update Date : บันทึกเมื่อ : 05/07/2561