ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๙ ประจำวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๑ โรคราแปงเงาะ ภาคตะวันออก


ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๙ ประจำวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๑
โรคราแปงเงาะ ภาคตะวันออก  (Powdery mildew Disease)

            เตือนเกษตรกรผู้ปลูกเงาะในเขตภาคตะวันออกของประเทศไทย ที่อยู่ในระยะผลอ่อน และระยะพัฒนาของผล เนื่องจากช่วงนี้สภาพอากาศร้อนแห้งแล้ง มีฝนตกบางพื้นที่ทำให้อากาศเย็นและมีความชื้น ซึ่งเป็นสภาพอากาศที่เหมาะสมต่อการระบาดของโรคราแป้งเงาะ ซึ่งเป็นโรคเงาะที่สำคัญ ดังนั้น ขอให้เกษตรกรสำรวจสวนเงาะอย่างสม่ำเสมอ หากพบว่าในสวนเงาะมีฝุ่นผงสีขาวปลิวตามลม หรือให้สังเกตใบอ่อนที่เริ่มคลี่ และช่อดอกอ่อนหากพบว่ามีกลุ่มผงแป้งสีขาวเกาะอยู่แสดงว่าเริ่มมีการระบาดของโรคราแป้งแล้ว โดยจะทำให้ช่อดอกติดผลน้อย หลุดร่วงง่าย ผลมีขนาดเล็กไม่สมบูรณ์ หรือผลเน่าแห้งติดคาที่ก้านช่อ ให้รีบขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัด เพื่อดำเนินการหาแนวทางควบคุมและป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง หากไม่ดำเนินการป้องกันกำจัดเชื้อราจะเข้าทำลายตามซอกขน ปลายขนทำให้เงาะขนกุด ขนเกรียน ผิวกร้าน นอกจากนั้นแล้วเชื้อรายังเข้าทำลายใบอ่อนที่อยู่ตามกิ่งในทรงพุ่มด้วย

เชื้อสาเหตุ  :  Oidium nepheli Kunz.

ลักษณะอาการ
            ระยะกอนชอดอกบานจะมีราขาวจับคลุมดอก เชื้อราแปงเจริญปกคลุมกลีบดอกและรังไขทำใหชะงักการเจริญเติบโต ดอกแหงฝอ ผลออนที่มีเชื้อราสีขาวเจริญปกคลุมจะแหงดํา เชื้อราแปงอาจพักตัวหรือแสดงอาการตลอดระยะพัฒนาขนาดตางๆ ของผลเงาะ ขนเงาะมีราขาวปกคลุมที่ผลออนเพียงบางสวนหรือทั่วผล ตอมาขนเงาะจะแหงดําและคอดขาดเหลือโคนขนเงาะสั้น ชาวสวนเรียกวา "เงาะนิโกร" ผลเงาะระยะผลโตที่มีราแปงคลุมจะเปลี่ยนสีเหลืองและตกกระดําที่ผิว ในสวนที่พบโรครุนแรง ผลเงาะที่เก็บเกี่ยวจะมีสีเหลือง ขนเกรียนสั้น เงาะพันธุโรงเรียนมีความรุนแรงของโรคนอยแตเมื่อเปนโรคจะชะงักการเจริญ และผลเงาะมีผลสีดํา เชื้อราแปงในจังหวัดภาคตะวันออกของประเทศไทยพบที่ระยะชอดอกและผล และทางภาคใตของไทยยังพบกับใบที่อยูในพุมหรือยอดที่เจริญจากบริเวณกิ่งลางๆ ใบออนจะมีราขาวปกคลุม

กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้
          ๑. สำรวจแปลงเงาะอย่างสม่ำเสมอ หากพบการระบาดไม่มากนักควรเก็บผลเงาะที่เป็นโรค ใบแห้ง กิ่งแห้งที่ร่วงหล่นมาเผาทำลาย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค
          ๒. ในช่วงแตกใบอ่อนและเริ่มติดผลหมั่นตรวจดูว่าพบราแป้งเข้าทำลายใบอ่อนหรือไม่ หากพบโรคราแป้งเงาะให้พ่นกำจัดด้วยกำมะถันผงละลายน้ำ ๔๐ กรัม ต่อ ๒๐ ลิตร จะช่วยลดความรุนแรงลงได้ หรือสารเบโนมิล ๕๐% ดับเบิลยูพี ๖ - ๑๐ กรัม ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร ทุก ๕ - ๗ วัน และควรหยุดพ่น ๑๕ วัน ก่อนเก็บผลผลิต

 

 

ที่มา :   คลินิกพืช สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 1 กรมวิชาการเกษตร
เรียบเรียงโดย :  กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย

Update Date : บันทึกเมื่อ : 01/02/2561