ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๘๑ ประจำวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๑ โรคใบไหม้แผลใหญ่ข้าวโพด


ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๘๑ ประจำวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๑
โรคใบไหม้แผลใหญ่ข้าวโพด (Northern Corn Leaf Blight)

          เตือนเกษตรกรที่ปลูกข้าวโพดฝักอ่อน ข้าวโพดหวาน และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะในเขตภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือระวังการระบาดของโรคใบไหม้แผลใหญ่ เนื่องจากกลางคืนอากาศเย็น และมีความชื้นสูงซึ่งสภาพดังกล่าวเหมาะต่อการระบาดของโรคใบไหม้แผลใหญ่ ดังนั้น เกษตรกรควรหมั่นสำรวจแปลงปลูกข้าวโพดอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบใบข้าวโพดเป็นแผลขนาดเล็กและต่อมาขยายใหญ่เป็นสีเขียวเทา หรือสีน้ำตาลยาวไปตามใบหัวท้ายเรียวคล้ายรูปกระสวย ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอหรือสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้าน เพื่อดำเนินการหาแนวทางควบคุมและป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง

เชื้อสาเหตุ  :  เชื้อรา Bipolaris turcica

ลักษณะอาการ
          ระยะแรกใบข้าวโพดจะเป็นแผลขนาดเล็กต่อมาขยายใหญ่ขึ้นเนื้อเยื่อบริเวณแผลเปลี่ยนเป็นสีเขียวเทาหรือสีน้ำตาลยาวไปตามใบหัวท้ายเรียวคล้ายรูปกระสวย แผลมีขนาด ๒ – ๒๐ เซนติเมตรจะเกิดที่ใบล่างๆ ก่อนแล้วลุกลามไปยังใบด้านบน และกระจายทั่วต้น เมื่อมีอาการรุนแรงแผลจะขยายตัวรวมกันเป็นแผลขนาดใหญ่ทำให้ใบไหม้และแห้งตายในที่สุด การระบาดของโรคพบได้ตลอดฤดูกาลเพาะปลูกอาการของโรคจะทวีความรุนแรงในสภาพที่มีความชื้นสูง และปลูกข้าวโพดหลายฤดูกาลติดต่อกัน

การแพร่ระบาด
          โรคใบไหม้แผลใหญ่จะพบระบาดมากในสภาพที่มีความชื้นสูงอุณหภูมิประมาณ ๑๘ – ๒๗ องศาเซลเซียส โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวแพร่ระบาดโดยกลุ่มสปอร์กระจายปลิวไปตามลมหรือถูกพัดพาไปกับน้ำแพร่ระบาดได้ไกลเข้าทำลายข้าวโพดได้ทั่วทั้งแปลง

กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้
          ๑. สำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง
          ๒. หลีกเลี่ยงการปลูกข้าวโพดพันธุ์อ่อนแอต่อโรคใบไหม้แผลใหญ่
          ๓. ปลูกข้าวโพดพันธุ์ต้านทาน เช่นนครสวรรค์ ๑ นครสวรรค์ ๗๒
          ๔. หลีกเลี่ยงการปลูกข้าวโพดหลายฤดูกาลติดต่อกัน
            ๕. เมื่อเริ่มพบข้าวโพดเริ่มแสดงอาการของโรคพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น
                       - โพรพิโคนาโซล๒๕% อีซี อัตรา ๑๕ มิลลิลิตร ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร หรือ
                       - อะซอกซี่สะโตรบิน + ไดฟีโนโคนาโซลอัตรา ๑๕ มิลลิลิตร ต่อน้ำ ๒๐ลิตร หรือ
                       - คาร์เบนดาซิม + อีพอกซี่โคนาโซล อัตรา ๒๕ มิลลิลิตร ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร 
พ่นทุก ๗ วัน จำนวน ๒ ถึง ๔ ครั้ง ตามความรุนแรงของโรค

            ๖. ปลูกพืชหมุนเวียน กำจัดวัชพืชพืชอาศัย ขุดหรือถอนต้นข้าวโพดที่เป็นโรคไปเผาทำลาย

 

 

ที่มา  :  ๑. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
   
          ๒. กรมวิชาการเกษตร

ที่ปรึกษา   :  นางจิระนุช  ชาญณรงค์กุล  ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย
    
                 นางสาวสุมนา  สิมาสฤษฏ์  ผู้อำนวยการกลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช

เรียบเรียงโดย :  นางสาวเบญจมาภรณ์  ชุ่มจิตร  นักวิชาการเกษตรชำนาญการ     กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย 

Update Date : บันทึกเมื่อ : 28/08/2561