ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๔๐ ประจำวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๑ แมลงวันผลไม้


ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๔๐ ประจำวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๑
แมลงวันผลไม้

            เตือนเกษตรกรผู้ปลูกไม้ผลในทุกภาคของประเทศไทย ในช่วงนี้ผลไม้หลายชนิดส่วนใหญ่ในอยู่ในระยะใกล้เริ่มสุกแก่ อีกทั้งสภาพภูมิอากาศมีความแปรปรวนมีฝนตกต่อเนื่อง ความชื้นในอากาศสูง ทำให้ดินนิ่มส่งผลให้ดักแด้ของแมลงวันผลไม้ที่อยู่ในดินฟักเป็นตัวเต็มวัย เกษตรกรระวังการระบาดของแมลงวันผลไม้เข้าทำลายผลไม้เปลือกบาง เช่น มะม่วง ชมพู่ ฝรั่ง ลองกอง มังคุด พุทรา กระท้อน มะเฟือง น้อยหน่า ฯลฯ ทำให้เน่าร่วงหล่น และผลไม่สวยงามขายไม่ได้ ผลผลิตเสียหายจากแมลงวันผลไม้ถึงร้อยละ ๓๐ - ๕๐ ดังนั้น เกษตรกรควรหมั่นสำรวจสวนผลไม้อย่างสม่ำเสมอ หากพบการเข้าทำลายให้รีบขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัด เพื่อหาทางควบคุมและป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง

ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Bactrocera dorsalis (Hendel)
                         Bactrocera correcta (Bezzi)

วงศ์  :   Tephritidae

อันดับ  :   Diptera

ชื่ออื่น  :   แมลงวันทอง แมลงวันฝรั่ง

รูปร่างลักษณะ
            เป็นแมลงขนาดเล็ก ส่วนหัว อก และท้องมีสีน้ำตาลอ่อน ที่ด้านหลังตรงส่วนอกมีแถบสีเหลืองทองใกล้ๆ กับโคนปีกทั้งสองข้าง ส่วนอกกว้าง ๒ มิลลิเมตร ส่วนท้องกว้าง ๓ มิลลิเมตร ปีกใส จากปลายปีกข้างหนึ่งไปยังปลายปีกอีกข้างหนึ่งกว้าง ๑๕ มิลลิเมตร หลังการผสมพันธุ์ ตัวเมียจะวางไข่โดยใช้อวัยวะวางไข่ (ovipositor) แทงลงใต้ผิวผลไม้ ไข่มีลักษณะยาวรี ระยะไข่ ๒ – ๔ วัน เมื่อฟักออกจากไข่ใหม่ๆ ตัวหนอนมีสีขาวใส เมื่อโตเต็มที่มีขนาด ๘ – ๑๐ มิลลิเมตร ระยะหนอน ๗ – ๘ วัน เมื่อเข้าดักแด้เริ่มแรกมีสีนวลหรือเหลืองอ่อน และเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ระยะดักแด้ ๗ – ๙ วัน แล้วจึงออกเป็นตัวเต็มวัย เมื่อตัวเต็มวัยอายุประมาณ ๑๒ – ๑๔ วัน จะเริ่มผสมพันธ์และวางไข่ ตัวเมียมีการผสมพันธุ์กับตัวผู้หลายครั้ง ตัวเมียตัวหนึ่งๆ สามารถวางไข่ได้ประมาณ ๑,๓๐๐ ฟอง วงจรชีวิตใช้เวลา ประมาณ ๓ – ๔ สัปดาห์

ลักษณะการทำลาย
            ความเสียหายของแมลงวันผลไม้มักจะเกิดขึ้นเมื่อเพศเมียใช้อวัยวะวางไข่ (ovipositor) แทงเข้าไปในผลไม้ ตัวหนอนที่ฟักจากไข่จะอาศัยและชอนไชอยู่ภายใน ทำให้ผลเน่าเสียและร่วงหล่นลงพื้น ตัวหนอนจะออกมาเพื่อเข้าดักแด้ในดินแล้วจึงออกเป็นตัวเต็มวัย แมลงวันผลไม้วางไข่ในผลไม้ที่ใกล้สุกและมีเปลือกบาง ในระยะเริ่มแรกจะสังเกตได้ยากอาจพบอาการช้ำบริเวณใต้ผิวเปลือก เมื่อหนอนโตขึ้นเรื่อย ๆ จะทำให้ผลเน่าเละและมีน้ำไหลเยิ้มออกทางรูที่หนอนเจาะออกมาเพื่อเข้าดักแด้ ผลไม้ที่ถูกทำลายนี้มักจะมีโรคและแมลงชนิดอื่น ๆ เข้าทำลายซ้ำ ดังนั้นความเสียหายที่เกิดกับผลผลิตโดยตรงนี้จึงมีมูลค่ามหาศาล ก่อให้เกิดปัญหาต่อเศรษฐกิจในระดับชาติเป็นอันมาก

กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้
          ๑. สำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยทุกสัปดาห์
          ๒. การทำความสะอาดบริเวณแปลงเพาะปลูก แมลงวันผลไม้สามารถเพิ่มจำนวนประชากรได้อย่างรวดเร็วในขณะที่มีพืชอาศัยอยู่มาก โดยการรวบรวมทำลายผลไม้ที่เน่าเสียอันเนื่องมาจากถูกแมลงวันผลไม้เข้าทำลาย สามารถหยุดยั้งการเพิ่มจำนวนของประชากรอย่างรวดเร็วของแมลงได้
          ๓. การห่อผลไม้ เป็นการป้องกันการเข้าไปวางไข่ในผลไม้ที่ง่ายและได้ผลดีที่สุดวิธีหนึ่งอีกทั้งยังเป็นวิธีการที่ปลอดภัยจากการใช้สารฆ่าแมลง การห่อผลไม้นี้ควรจะห่อให้มิดชิดไม่ให้มีรูหรือรอยฉีกขาดเกิดขึ้น มิฉะนั้นแมลงจะเข้าไปวางไข่ได้
          ๔. การใช้สารล่อ
             ๔.๑ การใช้สารล่อแมลงวันผลไม้ตัวผู้  สารล่อที่ใช้ขึ้นอยู่กับชนิดของแมลงวันผลไม้ สารเมทธิลยูจินอลใช้กับแมลงวันผลไม้ชนิด B. dorsalis และ B. correcta โดยผสมกับสารเคมีกำจัดแมลงและไซลีน อัตราส่วน ๗๕ : ๒๐ : ๕   (โดยปริมาตร) เมื่อผสมสารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ใช้วัสดุที่ดูดซับของเหลวได้ดีและคงทนอยู่ได้นานจุ่มลงในสารผสม โดยทั่วไปนิยมใช้กาบมะพร้าวหรือแผ่นชานอ้อย ตัดเป็นสี่เหลี่ยมขนาด ๔.๕ x ๔.๕ เซนติเมตร จุ่มลงไปในสารผสมให้ดูดซับสารผสมไว้ในวัสดุจนชุ่ม ทั้งนี้ เวลาที่ใช้ในการจุ่มขึ้นกับชนิดวัสดุที่ใช้ หรือถ้าต้องการให้เกษตรกรเห็นผลของการลดประชากรแมลงวันผลไม้เพศผู้จากจำนวนแมลงที่ตายก็สามารถทำได้ โดยใช้ขวดพลาสติกขนาดต่างๆ (ขนาด ๑ – ๒ ลิตร จะใช้งานได้ดี) นำมาเจาะรูขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๐.๓ เซนติเมตร รอบๆ ขวด ให้ห่างจากคอขวดประมาณ ๑/๔ ของความสูงขวด จากนั้นใช้ไส้ตะเกียงขนาดใหญ่ตัดให้มีขนาดยาว ๑ – ๑.๕ นิ้ว (แต่ต้องสั้นกว่าเส้นผ่าศูนย์กลางขวด เพื่อไม่ให้สารสัมผัสกับผนังขวดพลาสติก) ผูกด้วยลวด นำไปแขวนในขวดพลาสติกโดยให้ไส้ตะเกียงที่ชุ่มสารล่อห้อยห่างจากปากขวดในระดับเดียวกับรูที่เจาะไว้ จากนั้นนำแผ่นล่อหรือขวดล่อไปแขวนเป็นระยะห่างกัน ๕๐ เมตร
             ๔.๒ ลดประชากรแมลงวันผลไม้เพศเมียและเพศผู้โดยใช้เหยื่อพิษ ส่วนผสมของเหยื่อพิษ มีโปรตีนไฮโดรไลเสท ๔ ส่วน  มาลาไธออน (๕๐%) ๑ ส่วน ผสมให้เข้ากันแล้วเติมน้ำลงไป ๙๕ ส่วน คนให้เข้ากัน นิยมใช้กัน ๒ รูปแบบ คือ แบบพ่นเป็นจุด ๒ – ๔ จุดต่อต้น อัตรา ๑๕๐ – ๓๕๐ ซีซีต่อต้น ขึ้นกับขนาดของต้น โดยใช้หัวพ่นที่มีขนาดหยดใหญ่ ๔ – ๖ มิลลิเมตร หรือประมาณ ๘๐ หยดต่อตารางเมตร และใช้เป็นกับดักเหยื่อพิษ ใช้ได้ทั่วไปและจะได้ผลดีเมื่อนำไปแขวนไว้ใกล้ผลไม้
          ๕. การทำหมันแมลง จุดมุ่งหมายของวิธีการนี้คือ การกำจัดแมลงให้หมดไปจากพื้นที่ที่ต้องการ ซึ่งจะต้องมีการเลี้ยงแมลงวันผลไม้ให้มีปริมาณมาก แล้วทำหมันแมลงเหล่านี้โดยการฉายรังสีแกมมา จากนั้นจึงนำแมลงที่เป็นหมันนี้ไปปล่อยในธรรมชาติ เพื่อลดปริมาณแมลงในธรรมชาติจนหมดไป แต่การกระทำด้วยวิธีนี้จะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายสูงมากและก็ยังมีข้อจำกัดอื่นๆ อีกที่จะต้องคำนึงถึง เช่นการป้องกันการแพร่ระบาดเข้ามาใหม่ของแมลงและการที่แมลงศัตรูชนิดอื่นจะเพิ่มความสำคัญขึ้นมา
          ๖. การกำจัดหนอนแมลงวันผลไม้ในผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว ส่วนมากระยะของผลไม้ที่เราเก็บเกี่ยวนั้นอยู่ในระยะแก่จัด ซึ่งอาจมีแมลงวันผลไม้วางไข่อยู่ หรือมีหนอนในวัยต้น ๆ ที่ยังไม่เห็นการทำลายอย่างเด่นชัดแฝงตัวอยู่ ฉะนั้นเพื่อเป็นการกำจัดไข่หรือหนอนที่ติดมาในผลไม้ จึงมีวิธีการกำจัดดังนี้
             ๖.๑ การรมยา โดยการใช้สารรม (Fumigant) บางตัวเข้ามารมแมลง เช่น เมทิลโบรไมด์ (Methyl Bromide) เป็นต้น
             ๖.๒ การใช้รังสี โดยการให้ผลไม้นั้นได้รับการฉายรังสีแกมมา
             ๖.๓ การใช้วิธีการอบไอน้ำร้อน เป็นวิธีการที่ใช้อยู่เป็นการค้าในหลาย ๆ ประเทศ เช่น ฮาวาย ไต้หวัน สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ และประเทศไทย

 

ที่มา :  กรมวิชาการเกษตร
ที่ปรึกษา      :  นางจิระนุช  ชาญณรงค์กุล  ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย
                    นางสาวสุมนา  สิมาสฤษฏ์  ผู้อำนวยการกลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช
เรียบเรียงโดย :  นางสาวเบญจมาภรณ์  ชุ่มจิตร  นักวิชาการเกษตรชำนาญการ      กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย

Download ดาวน์โหลดเอกสาร

Update Date : บันทึกเมื่อ : 30/04/2561